Welcome to Gold Around   Click to listen highlighted text! Welcome to Gold Around

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์

เตรียมออกมาตรการเข้ม เพื่อปลดล็อคดาวน์ประเทศ สถาบันเทิง ปิดยาว หวั่นเป็นแหล่งแพร่เขื้อไวรัสโควิด-19

Spread the love

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19  (ศบค.) เปิดเผยตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ (20 เม.ย.) พบว่าเพิ่มขึ้น 27 ราย รวมผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 2,792 ราย เสียชีวิตรวมเท่าเดิม 47 ราย รักษาหายแล้ว1,999 ราย ยังวิกฤต 61 ราย ขณะที่ทั่วโลกติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 2,407,340 ราย เสียชีวิต 165,069 ราย

ด้าน นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ที่ปรึกษาด้านวิชาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมแนวทางการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ควรจะต้องมีการเปลี่ยนผ่านจากสถานการณ์วิกฤตในปัจจุบัน แต่การจะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม จะต้องมีเงื่อนไขต่างๆ สำคัญ โดยขณะนี้ รมว.สธ.อยู่ระหว่างเซ็นหนังสือกรอบความคิดนี้เสนอต่อ ศบค. และหารือภาคส่วนต่างๆ เพื่อทำเป็นมาตรการระดับประเทศต่อไป ประกอบไปด้วย

1. กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานสาธารณสุขทุกภาคส่วน ต้องมีความเข้มข้นในมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองคนที่เข้าประเทศ จำเป็นต้องมีการกักผู้เดินทางมาจากต่างประเทศตามมาตรฐาน 14 วัน เพราะยังมีการนำเชื้อจากต่างประเทศเข้ามา ทุกจังหวัดต้องมีระบบค้นหาผู้ติดเชื้อในกลุ่มเสี่ยง อยู่กันแออัด เช่น ในชุมชน แรงงานต่างชาติ หรือที่มีความเสี่ยงต่างๆ มาตรการสาธารณสุขจะเป็นพื้นฐาน จะไม่ยอมให้มาตรการด้านนี้หย่อนลง แต่จะต้องเพิ่มความเข้มข้นขึ้น การตรวจแล็บในทุกจังหวัด

2. คนไทยทุกคน ทุกสังคม ทุกองค์กร ที่จะต้องสร้างข้อตกลงกันว่า จะปฏิบัติในเรื่องของสุขลักษณะที่ถูกต้อง ได้แก่ ออกที่สาธารณะต้องสวมหน้ากากอนามัย การอยู่ห่าง ซึ่งขจะทำให้การใช้ชีวิตจะไม่เหมือนเดิม เช่น ไปรวมตัวกันเกิน 10 กว่าคน จะต้องงดการชุมนุมต่างๆ เพราะถ้าไม่ช่วยกันจะกลับไปสู่การพบผู้ป่วยมากๆ ทั้งที่ควบคุมได้ดีแล้ว

3. ภาคธุรกิจต้องปรึกษาหารือกัน ซึ่งขณะนี้หอการค้า สภาอุตสาหกรรม มีการหารือกันว่า กิจการใดเป็นกิจการเสี่ยงสูง เสี่ยงกลาง เสี่ยงต่ำ และพยายามปรับธุรกิจหรือกิจการต่างๆ ที่มีความเสี่ยงให้ลดความเสี่ยงลงน้อยที่สุด เพราะขณะนี้มีผู้ตกงานเป็นจำนวนมากแล้ว

4. กิจการบางอย่างที่มีความเสี่ยงสูงมากจะต้องหยุดให้บริการต่อไป ได้แก่ สถานบันเทิง ผับบาร์ คลับ คาราโอเกะ ไนต์คลับ สถานประกอบการที่มีกิจการทางเพศทั้งทางตรงทางแฝง สนามพนันบ่อน ส่วนในนอนาคตหากจะปิดกิจการอะไรบางอย่างจะไม่ทำแบบครอบจักรวาล แต่จะทำเฉพาะจุดที่เป็นต้นกำเนิดของปัญหา เพื่อให้ธุรกิจในภาพรวมเดินหน้าไปได้

5. ติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์แบบ ทันเหตุการณ์ ในระดับประเทศ จังหวัด และอำเภอ เพื่อรู้ว่าแต่ละจุดเป็นอย่างไร และควรจะใช้มาตรการอะไร ในแต่ละพื้นที่

ส่วนการพิจารณา กิจการเสี่ยงสูง กลาง ต่ำ จะพิจารณาจาก

1. ความหนาแน่นของผู้คนไปใช้บริการ ยิ่งหนาแน่นมากก็จะยิ่งมีความเสี่ยงมาก ซึ่งภาคธุรกิจจะกำหนดว่า พื้นที่ขนาดนี้ได้กี่คน

2. กิจกรรมที่ผู้คนไปใช้สถานที่เหล่านั้น หากต่างคนเข้าไปแล้วไม่ร้องเชียร์ ตะโกน พูดจากันมาก ความเสี่ยงก็จะน้อยลง เพราะเชื้ออยู่ในน้ำลาย ตามน้ำมูก

3. เรื่องของการถ่ายเทอากาศ ถ้าเราเข้าไปอยู่ในห้องเล็ก ๆ อากาศไม่ถ่ายเทก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้น และที่เกี่ยวข้องคือสามารถทำระยะห่างได้หรือไม่ ทางธุรกิจจะไปคำนวณดู อะไรเสี่ยงสูงก็จะไม่อนุญาติให้เปิดดำเนินการจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย อย่าง สถานบันเทิงเสี่ยงสูง คงยังเปิดไม่ได้ ร้านตัดผม ร้านอาหาร หรือสวนสาธารณะที่ความเสี่ยงต่ำ ก็ไปเดินออกกำลังกายได้ แต่ไม่ใช่ไปจับกลุ่มกัน

ส่วนห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ มีความเสี่ยงปานกลางสามารถ จะต้องมีมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงลดลงมา ทั้งปริมาณคนที่มาใช้ริการ เพื่อสร้างระยะห่าง ซึ่งภาคธุรกิจกำลังออกแบบ และหารือ เพื่อให้ สธ.ดูมาตรฐาน ถ้าผ่านก็ต้องเสนอไปให้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าฯ เป็นประธาน ถ้าจังหวัดเห็นว่าสถานการณ์จังหวัดดี ข้อเสนอดี ทำได้จริงก็เริ่มผ่อนปรน ส่วนของโรงเรียนผู้บริหารของโรเงรียนต้องไปหาวิธีการฃไม่ให้นักเรียนมาใกล้กัน ถ้าเป็นห้องติดแอร์มีความเสี่ยง แต่ตามชนบทบ้านนอกเปิดโล่งความเสี่ยงไม่มาก

อย่างไรก็ดี มาตรการต่าง ๆ จะไม่เดินพร้อมกันหมดทั่วประเทศ จะแบ่งเป็นพื้นที่ตามข้อมูลของ สธ.ที่มีการจัดกลุ่มจังหวัดไว้ คือ กลุ่ม 32 จังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วยในรอบ 2 สัปดาห์ ถือว่ามีการติดเชื้ออยู่ในระดับต่ำ สามารถเปลี่ยนผ่านได้ในช่วงต้นเดือน พ.ค. แต่อาจจะทดลอง 3-4 จังหวัดช่วงปลายเดือน เม.ย.ก่อน จากนั้น 2 สัปดาห์ถ้าสถานการณ์เรียบร้อยดี ก็จะเป็นกลุ่ม 38 จังหวัดที่มีการติดเชื้อประปราย คือกลาง พ.ค. เพราะถึงเวลานั้นจังหวัดเหล่านี้คงมีผู้ป่วยน้อย และจะเป็นกลุ่ม 7 จังหวัดที่มีการติดเชื้อต่อเนื่อง แต่ไม่มีการระบาดใหญ่ ก็จะเป็น 2 สัปดาห์ถัดไป คือ ต้น มิ.ย.

นพ.คำนวณฯ กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านต้องทำด้วยความแบบระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดในระลอกที่ 2-3 แบบต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดสมดุลเรื่องความปลอดภัย การใช้ชีวิตที่จำเป็น ธุรกิจก็เดินหน้าได้ แต่คงไม่สามารถกลับไปเหมือนเดิมทุกอย่าง เช่น ออกนอกบ้านต้องสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ ไปออฟฟิศมีการตรวจไข้ ให้ทำงานที่บ้านส่วนใหญ่ ต้องเปลี่ยนค่านิยมสังคมไทย ที่มักชอบจัดงานใหญ่ๆ เหลือเพียงแค่คนสนิทเท่านั้น

ทั้งนี้ มีรายงานว่า จากเอกสารประกอบการประชุม ภาคผนวกที่ 1 ระดับการระบาดของจังหวัด จะมีการอักเดตทุกวันและพิจารณารายชื่อจังหวัดก่อนสิ้นเดือน เม.ย.อีกครั้ง เบื้องต้นข้อมูลวันที่ 14 เม.ย. พบว่า

กลุ่ม 1 จังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยในช่วง 14 วัน 32 จังหวัด ได้แก่ น่าน กำแพงเพชร พิจิตร สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท บึงกาฬ ตราด ระนอง จันทบุรี เพชรบูรณ์ แพร่ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด สุโขทัย อุทัยธานี กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครนายก นครพนม พังงา สกลนคร สตูล หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี พิษณุโลก แม่ฮ่องสอน ลพบุรี สระบุรี

กลุ่ม 2 พบผู้ป่วยในรอบ 14 วันแบบประปรายในวงจำกัดไม่เกิน 5 ราย ต่อสัปดาห์ สามารถหาความเชื่อมโยงของผู้ป่วยได้ รวม 38 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี เชียงใหม่ นราธิวาส กระบี่ กาญจนบุรี ขอนแก่น ชุมพร เชียงราย ตรัง ตาก นครปฐม นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พะเยา พัทลุง เพชรบุรี ระยอง ราชบุรี ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สงขลา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ หนองคาย อุตรดิตถ์ อุบลราชธานี

กลุ่มที่ 3 จังหวัดที่พบผู้ป่วยในช่วง 14 วันย้อนหลัง แบบมีการแพร่เชื้อต่อเนื่องมากว่า 5 รายต่อสัปดาห์และไม่สามารถหาความเชื่อมโยงของผู้ป่วยได้ มี 7 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี นนทบุรี ภูเก็ต สมุทรปราการ ปัตตานี และยะลา

 1,508 total views,  2 views today

Click to listen highlighted text!