Welcome to Gold Around   Click to listen highlighted text! Welcome to Gold Around
30 พฤศจิกายน 2020

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์

ศบค.ปัดกระแสข่าวปลดล็อค 32 จว.พร้อมอาจจะขยายเวลา พ.ร.ก. ส่วนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วโลก เกือบ 2.7 ล.ตายกว่า 1.8 แสน

ที่มารูปภาพ : https://siamrath.co.th/n/142006

Spread the love

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่จะมีการปลดล็อก 32 จังหวัดในวันที่ 1 พ.ค.นี้ว่า ข้อมูลดังกล่าวออกมาจากกระทรวงสาธารณสุข ไม่ใช่ ศบค. เพราะนายกรัฐมนตรี ยืนยันแล้วว่าต้องให้มีการศึกษาชัดเจนผ่านที่ประชุม ศบค. และอนุมัติผ่านคณะรัฐมนตรี และขณะนี้ยังไม่ได้มีการประกาศอย่างชัดเจนแต่อย่างใด แต่แนวโน้มต้องยืดระยะเวลาประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกไปแน่นอน แต่จะมีการผ่อนปรนบ้าง ซึ่งหลักการทั้งสองข้อต้องรอมติ ครม. ย้ำว่าแค่มีแนวโน้ม แต่ไม่ได้ลงรายละเอียด ยังไม่ได้มีการตัดสินใจแต่อย่างใด ส่วนที่มีข้อเสนอก่อนหน้านี้จากทีมนักวิชาการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ จะต้องเป็นรูปแบบที่จะเกิดซึ่งจะต้องนำมาเสนอกัน

ส่วนการรับมือการระบาดระลอกใหม่ หลังมีประชาชนเริ่มผ่อนคลายเรื่องการเว้นระยะห่างนั้น นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง ขอให้คิดไว้เสมอว่าทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกสุ่มเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อ ต้องป้องกันตัวเองใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำ ล้างมือบ่อยๆ เมื่อสัมผัสสิ่งใด ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องไป หากอยู่บ้านได้จะดีที่สุด ตอนนี้ถ้าผ่อนลงไปจะไปแสดงผลในอีก 7 วันข้างหน้า

ส่วนการเดินทางข้ามจังหวัดนั้น ศบค.มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้สถิติ ชุดข้อมูลออกกฎเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งแต่ละจังหวัดมีมาตรการที่ แตกต่างกันไป แต่ต้องปฏิบัติตามที่จังหวัดนั้นกำหนดขึ้นมา ที่สำคัญยังห้ามเดินทางในช่วงเวลาเคอร์ฟิว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวย้ำว่าเดือนนี้เข้าเดือนที่ 4 ของการแพร่ระบาด ซึ่งเป็นยกที่ 4 ต้องยืนยาวอีก 12 ยก ต้องเก็บแรงดี ๆ การ์ดอย่าตกแม้แต่นิดเดียว เราทำคะแนนได้อย่างดี ทำคะแนนทุกยกอีกยาว บางประเทศการ์ดตก ตัวเลขทะยานขึ้นไปหลักพัน และจะขึ้นหลักหมื่น แต่การตั้งรับอย่างเดียวคงไม่ถูกต้อง จึงมีการปรับระบบเชิงรุกในชุมชน เพื่อตรวจเชิงรุกในชุมชนหาผู้ป่วยกลุ่มเฉพาะทั้งแสดงอาการและไม่แสดงอาการ ตอนนี้เป็นช่วงลงของการพบเชื้อ ทำให้เจอน้อย แต่เรายังไม่หยุด กทม.ต้องหาเพิ่มขึ้น เป็นนโยบายของสาธารณสุขที่จะทำงานเชิงรุกมากขึ้น

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยมีผู้ป่วย มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 รายใหม่ 13 ราย รวมสะสม 2,839 ราย หายป่วยแล้ว 78 ราย รวม 2,430 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 50 ราย

ส่วนสถานการณ์ การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID -19 ทั่วโลก ตัวเลขจาก www.worldometers. เมื่อช่วงเวลา 17.00 น. ของวันที่ 23 เม.ย. พบว่า มีผู้ติดเชื้อรวม 2,647,349 ราย เสียชีวิต 184,386 ราย รักษาหายแล้ว 723,874 ราย โดยประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ ไวรัส โควิด-19 มากสุด 849,092 ราย เพิ่มขึ้น 375 เสียชีวิตมากสุด 47,681 ราย เพิ่มขึ้น 22 ราย ตามมาด้วย สเปน มีผู้ติดเชื้อ 208,389 ราย เสียชีวิต 21,717 ราย ขณะที่อิตาลี มีผู้ติดเชื้อ 187,327 ราย เสียชีวิต 25,085 ราย

ส่วนที่ จีน ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีทั้งสิ้น 82,798 ราย เพิ่มขึ้น 10 ราย เสียชีวติ 4,632 ราย ส่วนประเทศในกลุ่มอาเซียน สิงคโปร่ มีรายงานผู้ติดเชื้อมากสุด 11,178ราย เพิ่มขึ้นถึง 1,037 ราย เสียชีวิต 12 ราย ขณะที่ อินโดนีเซีย มีผู้ติดเชื้อ 7,775 ราย เพิ่มขึ้น 357รายเสียชีวิตมากสุด 647 ราย เพิ่มขึ้น 12 ราย โดยมี ฟิลิปปินส์ ที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตใกล้เคียงกับอินโดฯ โดยมีผู้ติดเชื้อ 6,981 ราย เพิ่มขึ้น 271 ราย เสียชีวิต 462 ราย เพิ่มขึ้น 16 ราย

ขณะที่ประเทศในแถบอเมริกาใต้และอเมริกากลาง ถือว่าสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) น่าเป็นห่วงมาก ทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิต โดยที่ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อถึง 46,182 ราย เพิ่มขึ้น 425 ราย เสียชีวิต 2,924 ราย เพิ่มขึ้น 18 ราย ขณะที่ประเทศเม็กซิกโก มีผู้ติดเชื้อ 10,544 ราย เพิ่มขึ้น 1,043 ราย เสียชีวิต 970 ราย เพิ่มขึ้น 113 ราย

 4,574 total views,  2 views today

Click to listen highlighted text!