ศุกร์. มิ.ย. 5th, 2020

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์

ราคาทองคำ COMEX ปิดเพิ่ม 13.6 ดอลลาร์ นักลงทุนหวั่นสหรัฐพิพาทจีน (อินโฟเควสท์)

กำไลทอง

กำไลทอง

Spread the love

สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย.ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.6 ดอลลาร์ หรือ 0.79% ปิดที่ 1,735.5 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังนักลงทุนแห่ซื้อทองคำ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นระหว่างสหรัฐกับจีน หลังนายหวัง เฉิน รองประธานคณะกรรมาธิการประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ได้เสนอกฎหมายใหม่ในวันศุกร์ (22 พ.ค.) ที่ระบุให้ฮ่องกงต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติโดยเร็ว ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับย่อซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง

กฎหมายใหม่ดังกล่าวจะให้อำนาจรัฐสภาของจีนในการจัดทำกรอบกฎหมาย และบังคับใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อป้องกันและลงโทษการกบฎ การก่อการร้าย การแบ่งแยกดินแดน และการแทรกแซงของต่างชาติ หรือการกระทำใดๆ ที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ

การดำเนินการดังกล่าวของจีนสร้างความไม่พอใจให้กับสหรัฐ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเตือนก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐจะตอบโต้จีน หากจีนใช้มาตรการเพื่อจัดการกับผู้ประท้วง และจำกัดการเคลื่อนไหวตามระบอบประชาธิปไตยในฮ่องกง

ก่อนหน้านี้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐอยู่แล้ว หลังจากวุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันพุธที่ผ่านมาให้ผ่านร่างกฎหมาย “Holding Foreign Companies Accountable Act” ซึ่งอาจทำให้บริษัทสัญชาติจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐถูกถอดออกจากตลาด นอกจากนี้ การที่จีนระงับการกำหนดเป้าหมายการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำปีนี้ ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ขณะเดียวกัน ราคาทองยังได้แรงหนุนจากอุปสงค์ทองที่เพิ่มขึ้นในเอเชีย ขณะที่ประเทศต่างๆ เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

ส่วน การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ชุดที่ 13 ครั้งที่ 3 มีกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค. โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และผู้นำจีนคนอื่นๆ เข้าร่วมในการประชุม โดยรายงานที่รัฐบาลจีนได้ยื่นเสนอต่อที่ประชุม เพื่อพิจารณาในวันแรก ประกอบไปด้วย

จีนระงับการกำหนดเป้าหมายการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำปี 2563 และยืนยันที่จะเพิ่มการใช้จ่ายและการปล่อยกู้เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ
แม้เศรษฐกิจจีนมีการขยายตัวที่ติดลบในไตรมาสแรกของปีนี้ แต่รัฐบาลจีนระบุว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าที่จะจ่ายเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากชีวิตประชาชนเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่ง

จีนวางแผนออกพันธบัตรรัฐบาลสกุลเงินหยวนวงเงิน 1 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 1.41 แสนล้านดอลลาร์) เพื่อระดมทุนสำหรับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

จีนกำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อด้านผู้บริโภคหรือดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สำหรับปี 2563 ที่ราวระดับ 3.5%

จีนจะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในการรักษาเสถียรภาพการจ้างงานและสร้างความมั่นคงด้านการดำรงชีวิตของประชาชนในปีนี้ โดยตั้งเป้าที่จะสร้างงานใหม่ในเขตเมืองมากกว่า 9 ล้านตำแหน่ง

จีนจะสร้างเสถียรภาพด้านการค้าต่างประเทศต่อไป และเพิ่มบทบาทของเงินทุนต่างประเทศ รวมไปถึงการปรับลดรายการธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน (negative list) ลงอย่างมากด้วย

จีนจะยังคงปรับลดอัตราการขยายตัวของงบประมาณด้านกลาโหม ลงสู่ระดับ 6.6% ในปี 2563 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำสุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยอัตราการขยายตัวของงบประมาณด้านการทหารของปีนี้ ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับ 7.5% ในปี 2562

จีนจะยกระดับการพัฒนาระบบสาธารณสุข โดยมุ่งเน้นปรับปรุงระบบการรายงานโดยตรงและการแจ้งเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับโรคติดเชื้อ, เพิ่มการใช้จ่ายในด้านวัคซีน เวชภัณฑ์ และเทคโนโลยีการทดสอบที่รวดเร็ว, เพิ่มห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่, เสริมความแข็งแกร่งในการจัดหาวัสดุฉุกเฉิน และอื่นๆ

จีนวางแผนที่จะสนับสนุนการผลิตด้านเกษตรกรรม โดยจะเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกมาตรฐานสูงอีก 5.33 ล้านเฮกตาร์ เพื่อให้มั่นใจว่าจีนจะสามารถจัดหาอาหารที่เพียงพอให้กับประชาชน 1.4 พันล้านคนได้โดยไม่ต้องพึ่งพาต่างชาติ

จีนจะสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและมาตรฐานการใช้ชีวิตของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (HKSAR) และมาเก๊า โดยรัฐบาลจีนจะช่วยให้ฮ่องกงและมาเก๊าบูรณาการการพัฒนาของตนเองเข้ากับการพัฒนาโดยรวมของจีนได้ดีขึ้น และช่วยให้เขตบริหารพิเศษทั้งสองสามารถเติบโตและมีเสถียรภาพได้ในระยะยาว

กองกำลังติดอาวุธของจีนจะปกป้องอธิปไตยของประเทศ รวมถึงความมั่นคงและผลประโยชน์ที่มีต่อการพัฒนา โดยจะปฏิบัติตามคำสั่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และรับผิดชอบด้านการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทหารจีนจะยึดถือความเป็นผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) เหนือกองทัพ ปฏิรูปการป้องกันประเทศและกองทัพ และส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการป้องกันประเทศ

จีนจะจัดตั้งเขตการค้าเสรีนำร่อง (FTZ) และเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนแบบบูรณาการ (Integrated Bonded Area) แห่งใหม่ในพื้นที่ทางตอนกลางและทางตะวันตกของประเทศ

จีนจะเดินหน้าส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาของภาคเอกชน และสร้างความเชื่อมั่นว่าธุรกิจเอกชนจะสามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิตและการสนับสนุนด้านนโยบายได้อย่างเท่าเทียม

จีนจะเดินหน้าผลักดันแนวคิดริเริ่ม Internet Plus อย่างเต็มรูปแบบ และสร้างจุดแข็งสำหรับการแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัล

สำหรับประเด็นฮ่องกงนั้น จีนเสนอกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้ฮ่องกงต้องดำเนินการบังคับใชกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติโดยเร็ว ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับย่อซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานของฮ่องกงเอง

ที่มาข้อมูล : สำนักข่าวอินโฟเควสท์

 1,275 total views,  2 views today