Welcome to Gold Around   Click to listen highlighted text! Welcome to Gold Around
27 กันยายน 2020

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์

ราคาทองคำ COMEX ปิดเพิ่ม 13.6 ดอลลาร์ นักลงทุนหวั่นสหรัฐพิพาทจีน (อินโฟเควสท์)

กำไลทอง

กำไลทอง

Spread the love

สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย.ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.6 ดอลลาร์ หรือ 0.79% ปิดที่ 1,735.5 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังนักลงทุนแห่ซื้อทองคำ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นระหว่างสหรัฐกับจีน หลังนายหวัง เฉิน รองประธานคณะกรรมาธิการประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ได้เสนอกฎหมายใหม่ในวันศุกร์ (22 พ.ค.) ที่ระบุให้ฮ่องกงต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติโดยเร็ว ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับย่อซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง

กฎหมายใหม่ดังกล่าวจะให้อำนาจรัฐสภาของจีนในการจัดทำกรอบกฎหมาย และบังคับใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อป้องกันและลงโทษการกบฎ การก่อการร้าย การแบ่งแยกดินแดน และการแทรกแซงของต่างชาติ หรือการกระทำใดๆ ที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ

การดำเนินการดังกล่าวของจีนสร้างความไม่พอใจให้กับสหรัฐ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเตือนก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐจะตอบโต้จีน หากจีนใช้มาตรการเพื่อจัดการกับผู้ประท้วง และจำกัดการเคลื่อนไหวตามระบอบประชาธิปไตยในฮ่องกง

ก่อนหน้านี้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐอยู่แล้ว หลังจากวุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันพุธที่ผ่านมาให้ผ่านร่างกฎหมาย “Holding Foreign Companies Accountable Act” ซึ่งอาจทำให้บริษัทสัญชาติจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐถูกถอดออกจากตลาด นอกจากนี้ การที่จีนระงับการกำหนดเป้าหมายการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำปีนี้ ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ขณะเดียวกัน ราคาทองยังได้แรงหนุนจากอุปสงค์ทองที่เพิ่มขึ้นในเอเชีย ขณะที่ประเทศต่างๆ เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

ส่วน การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ชุดที่ 13 ครั้งที่ 3 มีกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค. โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และผู้นำจีนคนอื่นๆ เข้าร่วมในการประชุม โดยรายงานที่รัฐบาลจีนได้ยื่นเสนอต่อที่ประชุม เพื่อพิจารณาในวันแรก ประกอบไปด้วย

จีนระงับการกำหนดเป้าหมายการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำปี 2563 และยืนยันที่จะเพิ่มการใช้จ่ายและการปล่อยกู้เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ
แม้เศรษฐกิจจีนมีการขยายตัวที่ติดลบในไตรมาสแรกของปีนี้ แต่รัฐบาลจีนระบุว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าที่จะจ่ายเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากชีวิตประชาชนเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่ง

จีนวางแผนออกพันธบัตรรัฐบาลสกุลเงินหยวนวงเงิน 1 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 1.41 แสนล้านดอลลาร์) เพื่อระดมทุนสำหรับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

จีนกำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อด้านผู้บริโภคหรือดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สำหรับปี 2563 ที่ราวระดับ 3.5%

จีนจะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในการรักษาเสถียรภาพการจ้างงานและสร้างความมั่นคงด้านการดำรงชีวิตของประชาชนในปีนี้ โดยตั้งเป้าที่จะสร้างงานใหม่ในเขตเมืองมากกว่า 9 ล้านตำแหน่ง

จีนจะสร้างเสถียรภาพด้านการค้าต่างประเทศต่อไป และเพิ่มบทบาทของเงินทุนต่างประเทศ รวมไปถึงการปรับลดรายการธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน (negative list) ลงอย่างมากด้วย

จีนจะยังคงปรับลดอัตราการขยายตัวของงบประมาณด้านกลาโหม ลงสู่ระดับ 6.6% ในปี 2563 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำสุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยอัตราการขยายตัวของงบประมาณด้านการทหารของปีนี้ ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับ 7.5% ในปี 2562

จีนจะยกระดับการพัฒนาระบบสาธารณสุข โดยมุ่งเน้นปรับปรุงระบบการรายงานโดยตรงและการแจ้งเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับโรคติดเชื้อ, เพิ่มการใช้จ่ายในด้านวัคซีน เวชภัณฑ์ และเทคโนโลยีการทดสอบที่รวดเร็ว, เพิ่มห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่, เสริมความแข็งแกร่งในการจัดหาวัสดุฉุกเฉิน และอื่นๆ

จีนวางแผนที่จะสนับสนุนการผลิตด้านเกษตรกรรม โดยจะเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกมาตรฐานสูงอีก 5.33 ล้านเฮกตาร์ เพื่อให้มั่นใจว่าจีนจะสามารถจัดหาอาหารที่เพียงพอให้กับประชาชน 1.4 พันล้านคนได้โดยไม่ต้องพึ่งพาต่างชาติ

จีนจะสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและมาตรฐานการใช้ชีวิตของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (HKSAR) และมาเก๊า โดยรัฐบาลจีนจะช่วยให้ฮ่องกงและมาเก๊าบูรณาการการพัฒนาของตนเองเข้ากับการพัฒนาโดยรวมของจีนได้ดีขึ้น และช่วยให้เขตบริหารพิเศษทั้งสองสามารถเติบโตและมีเสถียรภาพได้ในระยะยาว

กองกำลังติดอาวุธของจีนจะปกป้องอธิปไตยของประเทศ รวมถึงความมั่นคงและผลประโยชน์ที่มีต่อการพัฒนา โดยจะปฏิบัติตามคำสั่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และรับผิดชอบด้านการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทหารจีนจะยึดถือความเป็นผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) เหนือกองทัพ ปฏิรูปการป้องกันประเทศและกองทัพ และส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการป้องกันประเทศ

จีนจะจัดตั้งเขตการค้าเสรีนำร่อง (FTZ) และเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนแบบบูรณาการ (Integrated Bonded Area) แห่งใหม่ในพื้นที่ทางตอนกลางและทางตะวันตกของประเทศ

จีนจะเดินหน้าส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาของภาคเอกชน และสร้างความเชื่อมั่นว่าธุรกิจเอกชนจะสามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิตและการสนับสนุนด้านนโยบายได้อย่างเท่าเทียม

จีนจะเดินหน้าผลักดันแนวคิดริเริ่ม Internet Plus อย่างเต็มรูปแบบ และสร้างจุดแข็งสำหรับการแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัล

สำหรับประเด็นฮ่องกงนั้น จีนเสนอกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้ฮ่องกงต้องดำเนินการบังคับใชกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติโดยเร็ว ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับย่อซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานของฮ่องกงเอง

ที่มาข้อมูล : สำนักข่าวอินโฟเควสท์

 1,600 total views,  2 views today

Click to listen highlighted text!