Welcome to Gold Around   Click to listen highlighted text! Welcome to Gold Around
18 กันยายน 2020

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 24 ส.ค.63 (YLG)

แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน
Spread the love

หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,946 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านแนวต้านโซน1,963 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ให้ชะลอการขายออกไป และเมื่อราคาอ่อนตัวลงให้เข้าซื้อคืนบริเวณแนวรับ 1,911-1,897 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,911 1,897 1,885 แนวต้าน : 1,946 1,963 1,981

สรุป  ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 11.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำเริ่มปรับตัวลดลงในระหว่างการซื้อขายของตลาดยุโรป  หลังจากมาร์กิตเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการทั้งของยูโรโซน ฝรั่งเศส และเยอรมนีต่างก็ออกมาแย่เกินคาดทั้งสิ้น  สะท้อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในยูโรโซนที่ชะลอตัวลง  ปัจจัยดังกล่าวกดดันยูโรให้ร่วงลงแรง  จนเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่าซึ่งส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำ  นอกจากนี้  ดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มหลังจากมาร์กิตเปิดเผยว่า  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐดีดตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 54.7 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือน  ส่วนยอดขายบ้านมือสองพุ่งขึ้นเกินคาดเช่นเดียวกัน  ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น +0.49% ในวันศุกร์  ประกอบกับสินทรัพย์เสี่ยงทะยานขึ้น  เห็นได้จากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดเพิ่มขึ้น 190.60 จุด ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันศุกร์  จึงเป็นปัจจัยกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงกว่า 30ดอลลาร์ต่อออนซ์จากราคาเปิดตลาด  สู่ระดับต่ำสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,911.13 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะมีแรงซื้อ Buy the dip เข้ามาหนุนให้ราคาทองคำลดช่วงติดลบลง  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) TikTok จ่อยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์กรณีสั่งแบนธุรกิจวันจันทร์ที่จะถึงนี้  สื่อต่างประเทศรายงานว่า ติ๊กต็อก (TikTok) แอปพลิเคชันวิดีโอสั้นยอดนิยมของจีน เตรียมที่จะยื่นฟ้องดำเนินคดีอย่างเร็วที่สุดในวันจันทร์ที่จะถึงนี้กับคำสั่งบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐที่ห้ามประชาชนและบริษัทสหรัฐใช้บริการหรือทำธุรกิจกับติ๊กต็อก และไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่  แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การฟ้องร้องทางกฎหมายเกี่ยวข้องกับคำสั่งบริหารของปธน.ทรัมป์ที่ลงนามเมื่อวันที่ 6 ส.ค. เพื่อสั่งให้รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐแจกแจงรายการธุรกรรมที่เกี่ยวกับไบต์แดนซ์และบริษัทโฮลดิ้งส์ในเครือซึ่งจะถูกห้ามการดำเนินธุรกรรมใดๆ หลังจาก 45 วัน  แหล่งข่าวระบุว่า ติ๊กต็อกวางแผนที่จะโต้แย้งคำสั่งบริหารของปธน.ทัรมป์ฉบับวันที่ 6 ส.ค.ซึ่งอิงกับกฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ ซึ่งลิดรอนสิทธิของติ๊กต็อกในการได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมทางด้านกฎหมาย  นอกจากนี้ ติ๊กต็อกจะโต้แย้งที่ทำเนียบขาวจัดประเภทธุรกิจของติ๊กต็อกว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติด้วย 
  • (+) “ทรัมป์”เผยอาจตัดขาด, ไม่ทำธุรกิจกับจีน  ในการสัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ Fox News  เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้แสดงความเป็นไปได้ในการแยกเศรษฐกิจสหรัฐจากจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อสินค้ารายใหญ่ของสหรัฐ  ปธน.ทรัมป์กล่าวในตอนแรกว่า “เราไม่จำเป็นต้อง” ทำธุรกิจกับจีน และต่อมากล่าวเกี่ยวกับการแยกเศรษฐกิจออกจากกัน “ครับ หากพวกเขาไม่ปฏิบัติต่อเราอย่างถูกต้อง ผมจะดำเนินการเช่นนั้นจริงๆ”  ปธน.ทรัมป์ทำสงครามการค้าที่มีความเสี่ยงสูงกับจีนก่อนบรรลุข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ในเดือนม.ค. นับจากนั้น เขาปิดโอกาสการเจรจาระยะที่ 2 โดยระบุว่า เขาไม่พอใจเกี่ยวกับการรับมือของจีนต่อการระบาดของโควิด-19
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่ง  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.48% แตะที่ 93.2489 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.81 เยน จากระดับ 105.77 เยน, แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9122 ฟรังก์ จากระดับ 0.9084 ฟรังก์ และดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3189 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3178 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1787 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1850 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3093 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3207 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7160 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7191 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 190.60 จุด ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจแกร่ง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (21 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นแอปเปิล และการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,930.33 จุด เพิ่มขึ้น 190.60 จุด หรือ +0.69%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,397.16 จุด เพิ่มขึ้น 11.65 จุด หรือ +0.34% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,311.80 จุด เพิ่มขึ้น 46.85 จุด หรือ +0.42%
  • (-) สหรัฐเผยยอดติดเชื้อโควิดรายวันต่ำกว่า 50,000 ราย 7 วันติดต่อกัน  ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 46,754 รายในวันเสาร์ที่ 22 ส.ค. ซึ่งถือเป็นวันที่ 7 ติดต่อกันที่ยอดผู้ติดเชื้อรายวันต่ำกว่า 50,000 ราย และนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ยอดผู้ติดเชื้อรายวันต่ำกว่า 50,000 รายต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายโรเบิร์ต เรดฟิลด์ ผู้อำนวยการ CDC กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า “ผมมองว่าสถานการณ์ดีขึ้นตลอด 4สัปดาห์ที่ผ่านมา และหวังว่าจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง”  โครงการเฝ้าติดตามโรคโควิด (COVID Tracking Project) รายงานว่า การตรวจโควิดในสหรัฐเพิ่มขึ้น ขณะที่พบผู้ติดเชื้อลดลง ซึ่งบ่งชี้ว่าการแพร่ระบาดของโควิดทั่วประเทศอาจกำลังลดลง ขณะเดียวกัน จำนวนผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลก็ลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน
  • (-) สหรัฐเผยยอดขายบ้านมือสองพุ่งเป็นประวัติการณ์ในเดือนก.ค.  สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองพุ่งขึ้น 24.7% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการทะยานขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ที่มีการรวบรวมข้อมูลในปี 2511  เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 8.7% ในเดือนก.ค.
  • (-) “มาร์กิต”เผยดัชนี PMI ภาคผลิต-บริการสหรัฐพุ่งสูงสุดรอบ 18 เดือนในส.ค.  ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ดีดตัวสู่ระดับ 54.7 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือน จากระดับ 50.3 ในเดือนก.ค.

ขอขอบคุณ : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

 567 total views,  2 views today

Click to listen highlighted text!