Welcome to Gold Around   Click to listen highlighted text! Welcome to Gold Around
19 กันยายน 2020

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 28 ส.ค.63 (YLG)

YLG BULLION GOLD

YLG BULLION GOLD

ระวังแรงขายทำกำไรหากราคาทองคำ
Spread the love

หากราคาทองคำยังไม่หลุดต่ำกว่าแนวรับโซน 1,920-1,909 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสลุ้นขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,955-1,976 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจระวังแรงขายทำกำไรหากราคาทองคำปรับตัวขึ้นเข้าใกล้โซนแนวต้านดังกล่าว

แนวรับ : 1,909 1,887 1,862 แนวต้าน : 1,955 1,976 1,991

สรุป  ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 25.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ท่ามกลางการเคลื่อนไหวที่ผันผวน  โดยช่วงต้นของการซื้อขายในตลาดสหรัฐ  ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 GDP Q2/20 ของสหรัฐที่ออกมาหดตัว 31.7% ซึ่ง “ดีกว่า” ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 และ “ดีกว่า” ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะหดตัวลง 34.7% ก่อนที่ราคาทองคำจะทะยานขึ้นแรง  ขานรับการที่นายเจอโรม  พาวเวลล์  ประธาน เฟด ประกาศว่าเฟดจะใช้เครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า “เป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ย” หรือ Average-inflation targeting(AIT) ซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อมีความยืดหยุ่น และสามารถดีดตัวขึ้นเหนือ 2% ส่งผลกดดันดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ให้ร่วงลงในช่วงต้น  จนหนุนทองคำให้ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดบริเวณ 1,976.65 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำเผชิญกับแรงขายทำกำไรในเวลาต่อมา  ประกอบกับสกุลเงินดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายออกมาดีเกินคาด ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีดีดตัวขึ้นจากแรงขายพันธบัตร และหันไปซื้อสินทรัพย์เสี่ยง  ประกอบกับนักลงทุนเกิดความผิดหวังหลังจากที่นายพาวเวลล์  กล่าวในระหว่าง ตอบคำถามว่า  อัตราเงินเฟ้อจะอยู่สูงกว่าเป้าหมาย “ในระดับปานกลาง (Moderate)” และจะไม่คงอยู่เป็นระยะเวลานาน พร้อมกันนี้  นายพาวเวลล์ยังระบุเพิ่มอีกว่า เฟดจะ “ไม่ลังเลที่จะดำเนินการ” หากอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นสู่ระดับ “ที่สูงกว่า” ระดับที่สอดคล้องกับเป้าหมาย  ทำให้ตลาดตีความว่าเฟดพร้อมจะปรับนโยบายการเงินเพื่อลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเช่นกัน  สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาทองคำทิ้งตัวลงแรงจนแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,909.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทอง -0.59 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี Core PCE, การใช้จ่ายและรายได้ส่วนบุคคล, ดัชนี PMI เขตชิคาโก และคาดการณ์ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก UoM

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสอดคล้องคาดการณ์ในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 1.006 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากมีการรายงานจำนวน 1.104 ล้านรายในสัปดาห์ก่อนหน้านี้
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 160.35 จุด รับถ้อยแถลง”พาวเวล”,การรักษาโควิดคืบหน้าดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 ส.ค.) ขานรับนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญในการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮล เมื่อวานนี้ ซึ่งจะปูทางให้เฟดตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข่าวความคืบหน้าในการผลิตชุดอุปกรณ์ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของบริษัทแอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,492.27 จุด เพิ่มขึ้น 160.35 จุด หรือ +0.57% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,484.55 จุด เพิ่มขึ้น 5.82 จุด หรือ +0.17% ส่วนดัชนี Nasdaqปิดที่ 11,625.34 จุด ลดลง 39.72 จุด หรือ -0.34%
  • (-) สหรัฐเผยดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายสูงกว่าคาดในเดือนก.ค. สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เพิ่มขึ้น 5.9% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3%
  • (-) สหรัฐเผย GDP Q2/63 หดตัว 31.7% ทรุดหนักสุดรอบกว่า 70 ปี กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2563 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัวลง 31.7% ซึ่งเป็นการหดตัวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ที่สหรัฐเริ่มมีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในปี 2490 หรือกว่า 70 ปีก่อนหน้านี้ หลังจากหดตัว 5% ในไตรมาส 1  อย่างไรก็ดี ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับ GDP ประจำไตรมาส 2/2563 ดีกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระบุว่าเศรษฐกิจหดตัวลง 32.9% และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะหดตัวลง 34.7%
  • (-) ดอลลาร์ทรงตัว หลัง”พาวเวล”เปลี่ยนแนวทางกำหนดเป้าเงินเฟ้อ ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 ส.ค.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ ในการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮล เมื่อวานนี้ ซึ่งจะปูทางให้เฟดตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำ  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ขยับขึ้นเพียง 0.0048% แตะที่ 93.0093 เมื่อคืนนี้ดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.61 เยน จากระดับ 106.01 เยน และแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9087 ฟรังก์ จากระดับ 0.9086 ฟรังก์  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1821 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1815 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3204 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3190 ดอลลาร์
  • (+/-) “พาวเวล”ประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญ ปูทางเฟดตรึงดอกเบี้ยต่ำ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดการประชุมประจำปีที่เมืองแจ็กสัน โฮลเมื่อวานนี้ ในหัวข้อ “Navigating the Decade Ahead: Implications for Monetary Policy”การประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮล ถือเป็นการประชุมที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลก ขณะที่ไฮไลท์จะอยู่ที่การกล่าวปาฐกถาของประธานเฟดเพื่อแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายการเงิน และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวานนี้ โดยเขาได้ประกาศการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญ โดยเฟดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะเปิดทางให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิมเพื่อสนับสนุนตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจสหรัฐ  การประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ ส่งผลให้เฟดมีแนวโน้มน้อยลงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่ออัตราว่างงานลดลง ตราบใดที่อัตราเงินเฟ้อไม่ได้ดีดตัวขึ้น  ก่อนหน้านี้ เฟดมีความเชื่อว่าอัตราว่างงานต่ำจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นจนถึงขีดอันตราย ทำให้เฟดดำเนินการล่วงหน้าด้วยการรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่อาจก่อตัวขึ้นนายพาวเวลกล่าวว่า เฟดจะใช้เครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า “เป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ย” ซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อมีความยืดหยุ่น และสามารถดีดตัวขึ้นเหนือ 2% แทนที่จะกำหนดเป้าหมายตายตัวที่ 2%  นักวิเคราะห์คาดว่า เฟดจะระบุรายละเอียดของการใช้เครื่องมือ “เป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ย” ในการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 15-16 ก.ย. โดยเฟดจะกำหนดช่วงการปรับตัวขึ้นลง หรือช่วง +/- ของอัตราเงินเฟ้อจากระดับ 2%  ประธานเฟดยังได้ระบุว่าสถานการณ์ในปัจจุบันได้แตกต่างจากเมื่อ 40 ปีก่อน ซึ่งเฟดในขณะนั้นต้องทำการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งเพื่อพยายามสกัดเงินเฟ้อ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจก็ได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เฟดต้องหันมาให้ความสนใจต่ออัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป ซึ่งอาจสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ

ขอขอบคุณ : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

 825 total views,  2 views today

Click to listen highlighted text!