Welcome to Gold Around   Click to listen highlighted text! Welcome to Gold Around
25 กันยายน 2020

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 14 ก.ย.63 (HGF)

ฮั่วเซ่งเฮง

ฮั่วเซ่งเฮง

Spread the love

สัปดาห์ที่ผ่านมากองทุน SPDRขายทองคำ2.04 ตัน

สัปดาห์นี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ

แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways up

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ Spotปรับลดลงเข้าใกล้ 1,900 ดอลลาร์เนื่องจากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ แต่เริ่มมีแรงซื้อทองคำกลับเข้ามาและฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องทำจุดสูงสุดที่ 1,966 ดอลลาร์ในวันพฤหัส เนื่องจากจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐสูงกว่าตลาดคาด การประชุมธนาคารกลางยุโรปมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0% และคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามโครงการ Pandemic Emergency Purchase Programme (PEPP) ที่ระดับ 1.35 ล้านล้านยูโรจนถึงเดือนมิ.ย.2564 ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำ2.04 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งขายทองคำ4.96ตันในวันศุกร์
  • สัปดาห์นี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ รวมทั้งรายงานประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในการใช้นโยบายการเงินเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย นอกจากนี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น และประเด็นการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU (Brexit)
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวSideways up โดยมีแนวต้าน 1,950 ดอลลาร์ ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,966 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,920 ดอลลาร์และ1,906 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,939.40-6.21,920/1,9061,950/1,966

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,700-15028,450/28,30028,850/29,050

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
29,020-5028,650/28,47029,050/29,240

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรที่ราคาทอง Spot 1,950 ดอลลาร์ (GF 29,050บาท)

การลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,900-1,920 ดอลลาร์

เงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดเคลื่อนไหวในกรอบ31.20-31.40 บาท/ดอลลาร์สัปดาห์นี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC)และการชุมนุมทางการเมืองในประเทศ ซึ่ง USD Futures เดือนก.ย.63คาดจะมีแนวรับที่ 31.20 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.40บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ:ดอลล์อ่อนค่าเล็กน้อยนลท.ปรับตัวรับCPI สหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 ก.ย.) ขณะที่นักลงทุนปรับตัวรับสหรัฐเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นเกินคาดดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.01% แตะที่ 93.3330 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดร่วง $16.4 เหตุนลท.ขายทำกำไร

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขายสัญญาทองคำออกมาเพื่อทำกำไรหลังจากปรับตัวขึ้นในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมาและยังถูกกดดันจากการที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีเกินคาดสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 16.4 ดอลลาร์หรือ 0.83% ปิดที่ 1,947.9ดอลลาร์/ออนซ์แต่ปรับตัวขึ้น 0.7% ในรอบสัปดาห์นี้สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 43.4 เซนต์หรือ 1.59% ปิดที่ 26.857 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดบวกเล็กน้อยสต็อกเพิ่ม-อุปสงค์ลดถ่วงตลาด

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 ก.ย.) ขณะที่ตลาดยังคงถูกกดดันจากการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่เพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้วซึ่งสวนทางตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์และนักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันที่อ่อนแอท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาซึ่งเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 3 เซนต์หรือ 0.08% ปิดที่ 37.33 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 23 เซนต์หรือ 0.6% ปิดที่ 39.83 ดอลลาร์/บาร์เรลในรอบสัปดาห์นี้สัญญาน้ำมันดิบWTI ลดลง 6.1% และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลง 6.6%

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดบวก 131.06 จุดหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม-การเงินหนุนตลาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มการเงินขณะที่ดัชนีNasdaq และS&P500 ปิดตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลงหลังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นกลุ่มเติบโตปรับตัวลงแต่ดัชนีหุ้นทั้ง 3 ตัวต่างก็ปิดตลาดปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกันดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,665.64 จุดเพิ่มขึ้น 131.06 จุดหรือ +0.48%, ดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,340.97 จุดเพิ่มขึ้น 1.78 จุดหรือ +0.05% และดัชนีNasdaq ปิดที่ 10,853.55 จุดลดลง 66.05 จุดหรือ -0.60%   ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีดาวโจนส์ลดลง 1.7%, ดัชนีS&P500 ลดลง 2.5% และดัชนีNasdaq ลดลง 4.1%

อียูเตรียมฟ้องศาลหลังคว้าน้ำเหลวเจรจาอังกฤษละเมิดข้อตกลงBrexit

การเจรจาฉุกเฉินระหว่างสหภาพยุโรป (EU) และอังกฤษได้สิ้นสุดลงแล้วโดยทั้งสองฝ่ายยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการเจรจาการเจรจาดังกล่าวมีขึ้นเนื่องจากEU มีความไม่พอใจต่อการที่นายบอริสจอห์นสันนายกรัฐมนตรีอังกฤษกำลังผลักดันร่างกฎหมายInternal Market Bill ให้ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภาอังกฤษแม้ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวมีเนื้อหาที่ขัดต่อข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ที่อังกฤษได้ทำไว้กับEU ก่อนหน้านี้นายมารอสเซฟโควิชรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของEU ได้ทำการเจรจากับนายไมเคิลโกฟรัฐมนตรีประจำสำนักคณะรัฐมนตรีอังกฤษที่กรุงลอนดอนในวันนี้ขณะที่นายมิเชลบาร์นิเยร์หัวหน้าผู้แทนการเจรจาการค้าฝ่ายEU ได้จัดการเจรจากับนายเดวิดฟรอสผู้แทนการเจรจาฝ่ายอังกฤษทั้งนี้ฝ่ายEU ได้แจ้งให้อังกฤษยกเลิกร่างกฎหมายInternal Market Bill แต่นายโกฟปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามโดยระบุว่าร่างกฎหมายInternal Market Bill มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความชัดเจนต่อประเด็นที่ยังคงมีความกำกวมในข้อตกลงการแยกตัวออกจากEUหลังจากที่การเจรจาประสบความล้มเหลวในวันนี้ทางEU ก็เตรียมพิจารณายื่นฟ้องต่อศาลเพื่อให้มีการลงโทษอังกฤษภายใต้เงื่อนไขBrexitทั้งอังกฤษและEU จะต้องบรรลุข้อตกลงการค้าภายในสิ้นปีนี้ซึ่งหากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงก็จะสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายต่อการค้าระหว่างอังกฤษและEU ในช่วงเริ่มต้นปี2564และจะซ้ำเติมเศรษฐกิจซึ่งในขณะนี้ได้รับผลกระทบอยู่แล้วจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

วุฒิสภาสหรัฐคว่ำแผนเยียวยารอบใหม่เหตุสองพรรคยังขัดแย้งหลายประเด็น

วุฒิสภาสหรัฐคว่ำแผนเยียวยาผลกระทบโควิด-19รอบใหม่ที่นำเสนอโดยพรรครีพับลิกันโดยทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับขนาดและขอบข่ายของมาตรการดังกล่าวรายงานระบุว่าวุฒิสมาชิกทุกคนของพรรคเดโมแครตและวุฒิสมาชิก1คนของพรรครีพับลิกันคือนายแรนพอลได้คัดค้านร่างมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19ทำให้วุฒิสภามีคะแนนเสียงไม่ถึง60เสียงซึ่งจำเป็นต่อการผลักดันร่างมาตรการดังกล่าวในสภาสูงโดยคะแนนโหวตในครั้งนี้คือ52ต่อ47เสียงหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ระบุว่าร่างมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ที่พรรครีพับลิกันนำเสนอนั้นประกอบไปด้วยงบประมาณการใช้จ่ายราว6.50แสนล้านดอลลาร์โดยในจำนวนนี้เป็นงบประมาณที่ขอเพิ่มใหม่3แสนล้านดอลลาร์ส่วนอีก3.50แสนล้านดอลลาร์เป็นงบประมาณการใช้จ่ายที่ได้รับอนุมัติแล้วก่อนหน้านี้นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการขยายมาตรการให้ความช่วยเหลือคนว่างงานซึ่งหมดอายุลงแล้วตั้งแต่วันที่31ก.ค.ที่ผ่านมาโดยพรรครีพับลิกันต้องการลดวงเงินช่วยเหลือคนว่างงานลงสู่ระดับ300ดอลลาร์ต่อสัปดาห์แต่พรรคเดโมแครตต้องการรักษาวงเงินดังกล่าวเอาไว้ที่600ดอลลาร์ต่อสัปดาห์นายมิทช์แมคคอนเนลล์ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐได้กล่าวโจมตีพรรคเดโมแครตที่พยายามขัดขวางข้อเสนอมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่โดยกล่าวว่าเป้าหมายของพรรคเดโมแครตคือการเสนอความช่วยเหลือให้กับชาวอเมริกันเพื่อหวังคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพ.ย.นี้ทางด้านนางแนนซีเพโลซีประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่าพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันมีจุดยืนที่แตกต่างกันเกี่ยวกับวงเงินของมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่โดยพรรคเดโมแครตเสนอวงเงินมากกว่า3ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงแรกก่อนที่จะลดลงมาเหลือ2.2ล้านล้านดอลลาร์ในขณะที่พรรครีพับลิกันยืนยันวงเงินราว1.3ล้านล้านดอลลาร์

“ทรัมป์” ยันไม่ยืดเส้นตายขายกิจการ “ติ๊กต็อก” ในสหรัฐ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์แห่งสหรัฐยืนยันว่าจะไม่ขยายเวลาที่กำหนดให้ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ขายกิจการติ๊กต็อก (TikTok) ในสหรัฐจากวันที่15ก.ย. ไปเป็นวันอื่นปธน.ทรัมป์กล่าวว่าTikTokต้องขายกิจการในสหรัฐมิฉะนั้นจะถูกสั่งปิดด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงซึ่งมีแค่2ทางเลือกเท่านั้นและจะไม่มีการขยายเส้นตายออกไปสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าByteDanceมีแนวโน้มจะไม่สามารถขายกิจการTikTokในสหรัฐได้ทันเส้นตายในวันที่15ก.ย. ตามที่ปธน.ทรัมป์กำหนดไว้หลังจีนได้มีการปรับปรุงกฎระเบียบควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีใหม่ทำให้การเจรจากับบริษัทที่สนใจซื้อกิจการติ๊กต็อกเช่นออราเคิลและไมโครซอฟท์ซึ่งจะจับมือเป็นพันธมิตรกับวอลมาร์ทนั้นเป็นไปอย่างยากลำบากปธน.ทรัมป์ได้สั่งให้ไบต์แดนซ์ขายธุรกิจติ๊กต็อกในสหรัฐเนื่องจากวิตกเกี่ยวกับการจัดการด้านความปลอดภัยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานโดยติ๊กต็อกซึ่งเป็นแอปวิดีโอสั้นยอดนิยมนั้นมีผู้ใช้งานราว100ล้านคนต่อเดือนในสหรัฐทั้งนี้ปธน.ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งบริหารเมื่อวันที่6ส.ค.ที่ผ่านมาโดยระบุว่าไบต์แดนซ์จะต้องขายกิจการติ๊กต็อกก่อนวันที่15ก.ย.ที่จะถึงนี้

 432 total views,  2 views today

Click to listen highlighted text!