Welcome to Gold Around   Click to listen highlighted text! Welcome to Gold Around
24 กันยายน 2020

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 14 ก.ย.63 (YLG)

Spread the love

เน้นเก็งกำไรระยะสั้น สำหรับการเปิดสถานะซื้ออาจพิจารณาบริเวณแนวรับ 1,927-1,906 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,954-1,966 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1,927 1,906 1,887  แนวต้าน : 1,966 1,980 1,992

สรุป  

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 2.61 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบ 1,954.72-1,936.81 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ราคาทองคำจะได้รับแรงหนุนจากความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐที่ยังคงดำเนินต่อไป   นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากสกุลเงินยูโรที่แข็งค่าเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน  ขานรับการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ไม่กังวลต่อการแข็งค่าของยูโร พร้อมมองเศรษฐกิจยูโรโซนดีดตัวอย่างแข็งแกร่ง และคาดว่า GDP จะหดตัวน้อยกว่าคาดในปีนี้   แต่การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด  ส่วนหนึ่งเพราะทองคำได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไร  ประกอบกับการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์นั้นไม่มากนัก  เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินปอนด์จากความเสี่ยงที่อังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรป(EU)โดยปราศจากข้อตกลง(No-deal Brexit) ขณะที่ “มอร์แกน สแตนลีย์” ได้ปรับเพิ่มแนวโน้มที่จะเกิด No-deal Brexit สู่ระดับ 40% ประกอบกับสกุลเงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)ของสหรัฐที่ออกมาดีดเกินคาดอีกด้วย  สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบเพื่อรอปัจจัยใหม่ๆเข้ามาส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -4.96 ตัน สู่ระดับ 1,248.00 ตัน  สำหรับวันนี้  ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเสรษฐกิจสหรัฐ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนค่าเล็กน้อย นลท.ปรับตัวรับ CPI สหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาด  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 ก.ย.) ขณะที่นักลงทุนปรับตัวรับสหรัฐเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นเกินคาด  ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.01% แตะที่ 93.3330 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวเมื่อเทียบกับเยนที่ระดับ 106.11 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9096 ฟรังก์ จากระดับ 0.9100 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.3193 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3178 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1830 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1824 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าแตะระดับ 0.7274 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7266 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าแตะที่ระดับ 1.2791 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2798 ดอลลาร์
  • (+) จีนบีบ “ไบต์แดนซ์” ชัตดาวน์ TikTok มากกว่ายอมถูกสหรัฐบังคับขายกิจการ  สื่อต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลจีนต้องการให้ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ปิดกิจการติ๊กต็อก (TikTok) ในสหรัฐ มากกว่าจะต้องยอมถูกบังคับให้ขายกิจการ  แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ทางการจีนเชื่อว่า การถูกบังคับขายกิจการจะทำให้ไบต์แดนซ์และรัฐบาลจีนดูเหมือนต้องยอมอ่อนข้อต่อแรงกดดันจากสหรัฐ  ทั้งนี้ ไบต์แดนซ์ได้ทำการเจรจาเพื่อขายธุรกิจของติ๊กต็อกซึ่งเป็นแอปวิดีโอสั้นยอดนิยมให้กับบริษัทของสหรัฐซึ่งรวมถึงไมโครซอฟท์และออราเคิล เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ขู่เมื่อเดือนที่แล้วที่จะแบนบริการของติ๊กต็อก หากไบต์แดนซ์ไม่ยอมขายกิจการดังกล่าว โดยปธน.ทรัมป์ได้ขีดเส้นตายให้ไบต์แดนซ์สรุปข้อตกลงขายติ๊กต็อกภายในกลางเดือนก.ย.นี้  ไบต์แดนซ์ระบุในแถลงการณ์ที่ส่งให้กับรอยเตอร์ว่า รัฐบาลจีนไม่เคยแนะนำให้ไบต์แดนซ์ปิดธุรกิจติ๊กต็อกในสหรัฐ หรือในประเทศอื่นๆ แต่อย่างใด  ส่วนแหล่งข่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า หากจำเป็น รัฐบาลจีนก็ตั้งใจจะใช้กฎเกณฑ์ใหม่ในการส่งออกเทคโนโลยีที่มีการปรับแก้ไขเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อชะลอการทำข้อตกลงขายกิจการใดๆ ของไบต์แดนซ์
  • (+) จีนไม่รามือเข็นข้อจำกัดใหม่คุมนักการทูตสหรัฐทั่วประเทศ-ฮ่องกง  สื่อต่างประเทศรายงานว่า จีนประกาศข้อจำกัดใหม่เกี่ยวกับกิจกรรมของนักการทูตสหรัฐที่ทำงานในจีนและฮ่องกง โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้ที่สหรัฐดำเนินมาตรการเดียวกันกับนักการทูตจีนในสหรัฐ  โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนโพสต์แถลงการณ์ออนไลน์ในวันศุกร์ว่า กฎเกณฑ์ใหม่จะบังคับใช้กับนักการทูตอาวุโส และบุคลากรอื่นๆ ทั้งหมดที่สถานทูตสหรัฐในกรุงปักกิ่ง และที่สถานกงสุลทั่วประเทศจีน
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 131.06 จุด หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม-การเงินหนุนตลาด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (11 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มการเงิน ขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลง หลังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นกลุ่มเติบโตปรับตัวลง แต่ดัชนีหุ้นทั้ง 3 ตัวต่างก็ปิดตลาดปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,665.64 จุด เพิ่มขึ้น 131.06 จุด หรือ +0.48%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,340.97 จุด เพิ่มขึ้น 1.78 จุด หรือ +0.05% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,853.55 จุด ลดลง 66.05 จุด หรือ -0.60%
  • (-) “มอร์แกน สแตนลีย์”ปรับเพิ่มแนวโน้มเกิด no-deal Brexit หลังอังกฤษ-อียูเจรจาไม่คืบ  มอร์แกน สแตนลีย์ออกรายงานระบุว่า มีแนวโน้มมากขึ้นที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) โดยไม่มีการทำข้อตกลง (no-deal Brexit) ซึ่งจะทำให้การค้าระหว่างอังกฤษและ EU อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งจะมีการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าระหว่างกัน  รายงานระบุว่า มีแนวโน้มมากถึง 40% ที่จะเกิดสถานการณ์ดังกล่าว  “ถึงแม้เรายังคงคาดการณ์ว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันในท้ายที่สุด แต่ความเป็นไปได้ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว” รายงานระบุ และเสริมว่า มีแนวโน้มที่การทำข้อตกลงใดๆจะล่าช้าออกไป
  • (-) สหรัฐเผยดัชนี CPI ดีดตัวขึ้นมากกว่าคาดในเดือนส.ค.  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนมิ.ย.และก.ค.  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 1.3% ในเดือนส.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 1.0% ในเดือนก.ค.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบรายปี
  • (-) “แอสตร้าเซนเนก้า” ได้รับอนุญาตให้เริ่มทดลองวัคซีนโควิดในอังกฤษได้อีกครั้ง  บริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ซึ่งเป็นผู้ผลิตยารายใหญ่ของอังกฤษ ประกาศกลับมาทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในเฟสที่ 3 ในสหราชอาณาจักรอีกครั้ง หลังระงับโครงการไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเนื่องจากอาสาสมัครรายหนึ่งมีอาการอักเสบที่ระบบประสาทในไขสันหลังอย่างรุนแรง หลังได้รับการฉีดวัคซีนดังกล่าว  แอสตร้าเซนเนก้าระบุว่า ได้รับคำยืนยันจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพของอังกฤษว่า สามารถเริ่มการทดลองวัคซีนต่อได้

ขอขอบคุณ  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

 1,542 total views,  2 views today

Click to listen highlighted text!