Welcome to Gold Around   Click to listen highlighted text! Welcome to Gold Around
30 ตุลาคม 2020

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 23 ก.ย.63 (HGF)

ฮั่วเซ่งเฮง

ฮั่วเซ่งเฮง

Spread the love

ทองคำปรับลงต่อเนื่อง จากเงินดอลลาร์แข็งค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือน 

คืนนี้ติดตามการแถลงของประธานเฟดต่อสภาคองเกรสเป็นวันที่ 2

แนวโน้มราคาทองคำคาดฟื้นตัว

  • ราคาทองคำ Spotเมื่อวานปรับลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เนื่องจากเงินดอลลาร์แข็งค่าอย่างต่อเนื่องและแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือน จากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการล็อกดาวน์ในยุโรปเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19    ส่วนประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังมีความไม่แน่นอน เฟดจะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนี้เพื่อพยุงเศรษฐกิจสหรัฐให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของแพร่ระบาดของโควิด-19 ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำ 0.59 ตันเมื่อวาน
  • วันนี้ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน คาดการณ์ว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่เดิม 0.50%  ส่วนคืนนี้ติดตามการแถลงของประธานเฟดต่อสภาคองเกรสเป็นวันที่ 2 โดยเป็นการแถลงต่อคณะอนุกรรมการประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ คาดว่าเนื้อหาไม่ได้แตกต่างจากที่แถลงในคืนแรก นอกจากนี้คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนก.ย. ตลาดคาดจะลดลงสู่ระดับ 52.5 และ 54.5 ตามลำดับ
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเริ่มฟื้นตัว โดยมีแนวต้าน 1,920 ดอลลาร์ และ 1,940 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,895ดอลลาร์และ1,882 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,899.80-12.31,895/1,8821,920/1,940

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,300-30028,200/28,00028,500/28,750

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,530-17028,350/28,18028,700/28,950

แนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคาทองคำ Spot1,895-1,900 ดอลลาร์ (GF28,350 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,882ดอลลาร์ (GF 28,180 บาท)

การลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,895-1,900 ดอลลาร์ และ 1,882 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,919.30-19.101,900/1,8871,925/1,945

แนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคาGOZ201,900 ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,887ดอลลาร์

เงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดอ่อนค่าลงวันนี้ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินโดยเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการล็อกดาวน์ในยุโรปเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งUSD Futures เดือนธ.ค.63คาดจะมีแนวรับที่ 31.30บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.50 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์แข็งค่าเหตุวิตกล็อกดาวน์หนุนแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัย

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (22 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการล็อกดาวน์ในยุโรปเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างสหรัฐและจีนดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.36% แตะที่ระดับ 93.9916 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ: ทองปิดลบ 3 ดอลลาร์เหตุเงินดอลล์แข็งค่าต่อเนื่อง

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (22 ก.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 3 ดอลลาร์หรือ 0.16% ปิดที่ 1,907.6 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 13.6 เซนต์หรือ 0.56% ปิดที่ 24.523 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดบวก 29 เซนต์รับคาดการณ์สต็อกน้ำมันดิบร่วง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (22 ก.ย.) ขานรับการคาดการณ์ที่ว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สองอย่างไรก็ดีช่วงบวกของราคาน้ำมันถูกสกัดด้วยความวิตกกังวลที่ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 29 เซนต์หรือ 0.7% ปิดที่ 39.60 ดอลลาร์/บาร์เรลโดยสัญญาน้ำมันเดือนต.ค.ได้ครบกำหนดส่งมอบแล้วในวันอังคารที่ 22 ก.ย.  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 28 เซนต์หรือ 0.7% ปิดที่ 41.72 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:แรงซื้อหุ้นเทคโนฯหนุนดาวโจนส์ปิดบวก 140.48 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (22 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนำโดยหุ้นแอมะซอนดอทคอมที่ทะยานขึ้นเกือบ 5.7% นอกจากนี้ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากแรงช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาขณะที่นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรมพาวเวลประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะแถลงต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,288.18 จุดเพิ่มขึ้น 140.48 จุดหรือ +0.52% ขณะที่ดัชนีNasdaq ปิดที่  10,963.64 จุดเพิ่มขึ้น 184.84 จุดหรือ +1.71% ส่วนดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,315.57 จุดเพิ่มขึ้น 34.51 จุดหรือ +1.05%

ร่างแถลงการณ์”พาวเวล”ชี้เฟดพร้อมใช้ทุกเครื่องมือเพื่อหนุนเศรษฐกิจสหรัฐ

นายเจอโรมพาวเวลประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวแต่อาจต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่จะฟื้นตัวอย่างเต็มที่จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19      “มีสัญญาณหลายอย่างบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวแต่ทั้งตัวเลขการจ้างงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าก่อนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และทิศทางเศรษฐกิจในวันข้างหน้ายังคงไม่แน่นอนสูงมาก” พาวเวลระบุในร่างแถลงการณ์ซึ่งส่งให้กับสื่อมวลชนก่อนที่จะแถลงอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมาธิการด้านการเงินแห่งสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคารตามเวลาสหรัฐนายพาวเวลกล่าวว่าเฟดยังคงมุ่งมั่นที่จะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนี้เพื่อพยุงเศรษฐกิจสหรัฐให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดและเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจนายพาวเวลได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการใช้นโยบายทั้งในด้านการเงินและการคลังเพื่อป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

สหรัฐไฟเขียว “อินเทล” ส่งสินค้าป้อน “หัวเว่ย” แม้สัมพันธ์จีนตึงเครียด

บริษัทอินเทลคอร์ปแถลงว่าอินเทลได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐให้ยังคงจัดหาสินค้าให้กับบริษัทหัวเว่ยเทคโนโลยี่ของจีนการเปิดเผยของอินเทลสอดคล้องกับที่หนังสือพิมพ์ไชน่าซิเคียวริตีส์เจอร์นัลของรัฐบาลจีนรายงานในสัปดาห์นี้ว่าอินเทลได้รับอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐให้จัดหาสินค้าให้กับหัวเว่ยทั้งนี้การที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนเป็นไปอย่างตึงเครียดมากที่สุดในรอบหลายสิบปีทำให้สหรัฐพยายามกดดันให้รัฐบาลทั่วโลกบีบหัวเว่ยโดยรัฐบาลสหรัฐมองว่าหัวเว่ยเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐและเชื่อว่าอุปกรณ์ของหัวเว่ยอาจถูกใช้เพื่อทำการจารกรรมข้อมูลทางไซเบอร์ขณะที่หัวเว่ยปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

อินเดียลุ้นผลทดสอบวัคซีนต้านโควิดปลายปีนี้คาดใช้ได้เร็วสุดช่วงครึ่งปีหน้า

ศาสตราจารย์กากันดีปคังผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยาแห่งวิทยาลัยการแพทย์Christian Medical College ของอินเดียและหนึ่งในคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยวัคซีนของWHO เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าอินเดียอาจได้ใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ภายในต้นปี 2564   ศาสตราจารย์กากันดีปกล่าวว่าภายในสิ้นปีนี้เราจะมีข้อมูลที่บอกได้ว่าวัคซีนใดจะใช้ได้ผลและไม่ได้ผลบ้างหากผลการทดสอบวัคซีนเป็นที่น่าพอใจภายในช่วงปลายปีนี้เราก็จะพิจารณาเลือกวัคซีนจำนวนหนึ่งที่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะนำมาใช้ได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 และคาดว่าจะมีวัคซีนใช้ได้มากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังอย่างไรก็ดีการนำวัคซีนออกมาใช้ได้อย่างปลอดภัยกับประชาชนกว่า 1.3 พันล้านคนนั้นถือเป็นความท้าทายใหญ่ในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ซึ่งศาสตราจารย์กากันดีปกล่าวว่าวัคซีนชนิดใดก็ตามที่อยู่ในช่วงการทดลองระยะที่ 3 ไม่ว่าจะวิจัยในประเทศหรือทดสอบโดยบริษัทยาฝั่งตะวันตกก็มีโอกาสประสบความสำเร็จเพียง 50%

นักวิเคราะห์เชื่อเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-19 ได้แข็งแกร่ง

นายจิมโอนีลอดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมนแซคส์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างแข็งแกร่งนอกจากนี้นายโอนีลยังมองว่าเศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวจนเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลกด้วยก่อนหน้านี้ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เปิดเผยรายงานระบุว่าจีนเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่เศรษฐกิจขยายตัวสวนทางภูมิภาคโดยคาดว่าGDP จีนจะขยายตัว 1.8% ในปีนี้และ 7.7% ในปีหน้าโดยได้แรงหนุนจากการดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขที่ประสบความสำเร็จ

ขอขอบคุณ : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

 279 total views,  2 views today

Click to listen highlighted text!