Welcome to Gold Around   Click to listen highlighted text! Welcome to Gold Around
25 ตุลาคม 2020

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 12 ต.ค.63 (YLG)

Spread the love

เสี่ยงเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้ 1,913-1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หรือหากรับความเสี่ยงได้ไม่มากอาจเลือกชะลอเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา

แนวรับ : 1,931 1,900 1,888  แนวต้าน : 1,934 1,947 1,961

สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดทะยานขึ้นกว่า 35.30  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนกลับมามีความหวังเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐอีกครั้งซึ่งลดทอนความต้องการสกุลเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย  หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ “กลับลำ”  หันมาสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ  ประกอบกับทำเนียบขาวจะยื่นข้อเสนอครั้งใหม่แก่พรรคเดโมแครต โดยจะเพิ่มวงเงินในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสู่ระดับ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ระดับ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์  และจะขยับขึ้นมาใกล้เคียงกับความต้องการของพรรคเดโมแครตที่เคยเสนอวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์มากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้นักลงทุนบางส่วนยังเริ่มปรับพอร์ตรับแนวโน้มที่นายโจ ไบเดน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตจะได้รับชัยชนะเหนือประธานาธิบดีทรัมป์  และพรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากได้ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและในวุฒิสภาในศึกการเลือกตั้งของสหรัฐวันที่ 3 พ.ย.นี้  ซึ่งเพิ่มโอกาสที่จะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐครั้งใหญ่  ส่งผลให้เกิดแรงเทขายสกุลเงินดอลลาร์เพิ่มเติม  ปัจจัยดังกล่าวส่งผลกดดันให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์จนเป็นปัจจัยหลักที่หนุนราคาทองคำให้ทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,929.67 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้  ภาคธนาคารของสหรัฐจะปิดทำการ เนื่องในวัน Columbus Day อย่างไรก็ตาม  ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และตลาดทองคำยังคงเปิดซื้อขาย  แต่ปริมาณการซื้อขายในช่วงการซื้อขายในฝั่งสหรัฐอาจเบาบางกว่าปกติ  พร้อมกับเกาะติดความคืบหน้าเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังรอบใหม่ของสหรัฐอย่างใกล้ชิด

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ทำเนียบขาวเพิ่มวงเงินกระตุ้นศก.เป็น 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ จากเดิม 1.6 ล้านล้าน  แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ทำเนียบขาวจะยื่นข้อเสนอครั้งใหม่แก่พรรคเดโมแครต โดยจะเพิ่มวงเงินในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสู่ระดับ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ระดับ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์  นายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีวงเงินมากขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ จะทำการเจรจาครั้งใหม่ เพื่อหาทางออกมาตรการเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย.
  • (+) “ทรัมป์” หนุนเดโมแครต-ทำเนียบขาวออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ โดยเรียกร้องให้ตัวแทนเจรจาจากพรรคเดโมแครตและทำเนียบขาวหาทางออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีวงเงินสูง  “ขณะนี้การเจรจาเพื่อออกมาตรการเยียวยาโควิด-19 กำลังเดินหน้า ผมขอให้มีการบรรลุมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ
  • (+) ดอลล์อ่อน นลท.ขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังเจรจากระตุ้นศก.คืบหน้า  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 ต.ค.) โดยลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนพากันเทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากมีความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในสหรัฐ  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน อ่อนค่า 0.59% แตะที่ 93.0532  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.62 เยน จากระดับ 106.01 เยน, อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9097 ฟรังก์ จากระดับ 0.9171 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3131 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3199 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1825 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1758 ดอลลาร์, ปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3038 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2933 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7231 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7163 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) สหรัฐเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งลดลง 0.4% ในเดือนส.ค.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนก.ค.
  • (-) Gilead ยันมียา Remdesivir เพียงพอรักษาโควิดทั่วโลกภายในสิ้นเดือนนี้  แดเนียล โอเดย์ ซีอีโอของบริษัทกิลเลียด ไซแอนเซส (Gilead Sciences) เปิดเผยกับซีเอ็นบีซีในวันศุกร์ (9 ต.ค.) ว่า กิลเลียดจะมียาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) ซึ่งเป็นยารักษาโรคโควิด-19 ในปริมาณที่เพียงพอทั่วโลกภายในสิ้นเดือนต.ค.นี้  นายโอเดย์แสดงความเห็นดังกล่าว หลังจากวารสารการแพทย์นิว อิงแลนด์เผยแพร่ข้อมูลสุดท้ายจากการทดลองยาเรมเดซิเวียร์ครั้งใหญ่ของกิลเลียด ซึ่งแสดงว่ายาต้านไวรัสดังกล่าวได้ช่วยผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นโดยเฉลี่ย 5 วัน ขณะที่ผู้ป่วยหนักซึ่งได้รับยาเรมเดซิเวียร์ จะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วภายใน 7 วัน  นายโอเดย์เปิดเผยในรายการ “Squawk Box” ว่า “ผลการทดลองดังกล่าวมีความสำคัญ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยทั่วโลกที่ติดเชื้อโควิดมีอาการดีขึ้น และผมมีความยินดีที่จะบอกว่า เรามียาดังกล่าวในปริมาณมาก”  ผลการทดลองยังบ่งชี้ด้วยว่า ยาเรมเดซิเวียร์มีส่วนช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยลงอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยซึ่งต้องใช้ออกซิเจนในช่วงเริ่มป่วย อย่างไรก็ตาม ผลการทดลองไม่ได้พบว่า การเสียชีวิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในการทดลองยาดังกล่าวกับผู้ป่วย 1,060 ราย
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดบวก 161.39 จุด ขานรับเจรจามาตรการกระตุ้นศก.คืบหน้า  ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเมื่อคืนนี้ (9 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับความคืบหน้าในการเจรจามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ โดยคาดว่าการเจรจาระหว่างนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรและนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลัง จะยังคงดำเนินต่อไป แม้จะยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ก็ตาม   ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,586.90 จุด เพิ่มขึ้น 161.39 จุด หรือ +0.57%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,477.13 จุด เพิ่มขึ้น 30.30 จุด หรือ +0.88% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,579.94 จุด เพิ่มขึ้น 158.96 จุด หรือ +1.39%
  • (+/-) สหรัฐเรียกเก็บภาษีครั้งใหญ่สุดรอบกว่า 20 ปีต่อแผ่นอลูมิเนียมนำเข้าจาก 18 ปท.  นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษีต่อแผ่นอลูมิเนียมที่มีการนำเข้าจาก 18 ประเทศ มูลค่า 1.96 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากมีการทุ่มตลาดสหรัฐในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง  นายรอสส์กล่าวว่า การเรียกเก็บภาษีในครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดที่กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการในรอบกว่า 20 ปี หลังจากที่ทางกระทรวงได้เริ่มการสอบสวนตั้งแต่เดือนมี.ค.  อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ (ITC) จะทำการลงมติในขั้นสุดท้ายในเดือนก.พ.2564

ขอขอบคุณ : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

 2,310 total views,  4 views today

Click to listen highlighted text!