Welcome to Gold Around   Click to listen highlighted text! Welcome to Gold Around
24 ตุลาคม 2020

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 14 ต.ค.63 (HGF)

ฮั่วเซ่งเฮง

ฮั่วเซ่งเฮง

Spread the love

ทองคำลดลงจากความไม่แน่นอนมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจสหรัฐ

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ย.

แนวโน้มราคาทองคำคาดฟื้นตัวขึ้น

  • ราคาทองคำ Spotเมื่อวานลดลงหลุด 1,900 ดอลลาร์ โดยได้รับปัจจัยลบจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ หลังจากมีรายงานว่านางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้ปฏิเสธข้อเสนอวงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ของทำเนียบขาว โดยระบุว่าวงเงินดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการเยียวยาผลกระทบของโควิด-19 ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ย. ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากที่เดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามคือมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐการพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด-19หลังจากที่มีข่าวจอห์นสันแอนด์จอห์นสันประกาศระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เนื่องจากผู้เข้าร่วมโครงการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดฟื้นตัวขึ้น โดยมีแนวต้านที่ 1,900ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไป 1,925 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับอยู่ที่ 1,880 ดอลลาร์ และ 1,865 ดอลลาร์ ตามลำดับ

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,889.60-32.61,880/1,8651,900/1,925

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,35027,750/27,55028,050/28,400

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,570+5027,920/27,70028,240/28,570

แนะนำซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,880 ดอลลาร์  (GF 27,920 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,870 ดอลลาร์(GF 27,820 บาท)

การลงทุนในทองแท่งแนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,880 ดอลลาร์ และ1,865 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,929.70+1.801,885/1,8701,905/1,930

แนะนำซื้อเมื่อราคาGOZ20ปรับลงมาที่ 1,885 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,875 ดอลลาร์

เงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.30 บาท/ดอลลาร์ โดยมีปัจจัยกดดันเงินบาทคือการชุมนุมทางการเมืองในประเทศในวันนี้ ทั้งนี้เงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆแข็งค่า เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ซึ่งUSD Futures เดือนธ.ค.63คาดจะมีแนวรับที่ 31.10 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.30 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: เงินดอลล์แข็งหลังจอนห์สันฯระงับทดลองวัคซีน

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (J&J) ประกาศระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังพบว่าผู้เข้าร่วมโครงการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.50% แตะที่ระดับ 93.5329

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดร่วง $34.3 เหตุดอลล์แข็ง,วิตกแผนกระตุ้นศก.ล่าช้า

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงหลุดจากระดับ 1,900 ดอลลาร์เมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ของสหรัฐสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 34.3 ดอลลาร์หรือ 1.78% ปิดที่ 1,894.6 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.142 ดอลลาร์หรือ 4.52% ปิดที่ 24.129 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ: น้ำมันWTI ปิดบวก 77 เซนต์ขานรับจีนเพิ่มนำเข้าน้ำมัน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ต.ค.) ขานรับข่าวจีนนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนก.ย. ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพรุ่งนี้สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 77 เซนต์หรือ 2% ปิดที่ 40.20 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 73 เซนต์หรือ 1.8% ปิดที่ 42.45 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดลบ 157.71 จุดวิตกข่าวบริษัทยาระงับทดลองวัคซีน

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (J&J) ระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังพบผู้เข้าร่วมการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุและบริษัทEli Lilly & Co ประกาศระงับการรับอาสาสมัครเข้าร่วมการทดลองแอนติบอดีสำหรับการรักษาโรคโควิด-19 เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,679.81 จุดลดลง 157.71 จุดหรือ -0.55% ขณะที่ดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,511.93 จุดลดลง 22.29 จุดหรือ -0.63% ส่วนดัชนีNasdaq ปิดที่ 11,863.90 จุดลดลง 12.36 จุดหรือ -0.10%

J&J ประกาศระงับทดลองวัคซีนต้านโควิดหลังผู้ร่วมทดลองป่วยไม่รู้สาเหตุ

บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (J&J) ประกาศระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังจากผู้เข้าร่วมโครงการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ   J&J ออกแถลงการณ์ในคืนวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐว่าการทดลองทางคลินิกของวัคซีนต้านโควิด-19 ในระยะล่าสุดซึ่งมีอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ 60,000 คนนั้นได้ถูกระงับลงหลังพบผู้เข้าร่วมการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุนอกจากนี้ทางบริษัทยังระงับการรับอาสาสมัครในโครงการดังกล่าวเป็นการชั่วคราวสถานการณ์ของJ&J มีความคล้ายกับเมื่อครั้งที่บริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ผู้ผลิตยารายใหญ่ของอังกฤษประกาศระงับการทดลองใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในเฟสที่ 3 เมื่อวันที่ 9 ก.ย. หลังจากผู้เข้าร่วมทำการทดสอบรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้

“จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน” ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมาธิการยุโรปมุ่งผลิตวัคซีนทดลองต้านโควิด-19

จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (NYSE: JNJ) (“บริษัท”) ประกาศว่าคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งดำเนินการในนามของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ได้อนุมัติข้อตกลงการสั่งซื้อล่วงหน้าโดยแจนส์เซนฟาร์มาซูติคอลจะผลิตวัคซีนทดลองต้านโควิด-19 จำนวน 200 ล้านโดสให้กับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเมื่อได้รับการอนุมัติหรือการอนุญาตจากฝ่ายกำกับดูแลแล้วนอกจากนี้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปยังมีโอกาสได้รับวัคซีนเพิ่มอีก 200 ล้านโดสด้วยข้อตกลงดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการหารือสำรวจโอกาสกับทางEC และขณะนี้บริษัทก็กำลังอยู่ระหว่างการหารือกับผู้มีส่วนได้เสียรายอื่นๆด้วยไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลประเทศต่างๆและองค์กรทั่วโลกโดยเป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นของบริษัทเพื่อทำให้วัคซีนตัวเลือกของบริษัทเป็นที่เข้าถึงทั่วโลกถ้าหากพบว่าปลอดภัยมีประสิทธิภาพและได้รับการอนุมัติหรือการอนุญาตจากฝ่ายกำกับดูแล

ซีอีโอบริษัทยาเตือนอย่าเพิ่งดีใจได้ยารักษาโควิดเพียงเพราะทรัมป์ใช้แล้วอาการดีขึ้น

นายเลนนาร์ดชไลเฟอร์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทRegeneron Pharmaceuticals Inc. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้คิดค้นยาที่ใช้ในการรักษาอาการป่วยของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ได้ออกมาเตือนว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าโรคโควิด-19 มียาที่รักษาให้หายได้เพียงเพราะปธน.ทรัมป์ใช้แล้วมีอาการดีขึ้นซีอีโอของRegeneronเปิดเผยว่ากรณีของปธน.ทรัมป์นั้นเป็นกรณีเดียวโดยตัวยารักษาโรคจำเป็นต้องมีการทดสอบมากกว่านี้ในการทดลองทางคลินิกเพื่อนำไปประเมินผลต่อว่าตัวยามีประสิทธิภาพในการรักษาโรคโควิด-19 จริงหรือไม่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังปธน.ทรัมป์ได้กล่าวชื่นชมยาจากบริษัทRegeneron Pharmaceuticals ที่ทำให้เขามีอาการดีขึ้นจากการป่วยด้วยโรคโควิด-19 โดยปธน.ทรัมป์ระบุว่าตน “มีภูมิคุ้มกัน” โรคดังกล่าวแล้วอย่างไรก็ดีซีอีโอของRegeneronได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่าแม้ยาของบริษัทจะสร้างภูมิคุ้มกันได้จริงแต่ก็ยังไม่แน่นอนว่าภูมิคุ้มกันนั้นจะอยู่นานเพียงใดโดยอาจจะอยู่นานหลายเดือนหรือหลายปี

ขอขอบคุณ: บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

 164 total views,  2 views today

Click to listen highlighted text!