Welcome to Gold Around   Click to listen highlighted text! Welcome to Gold Around
27 มกราคม 2021

Gold Around

ราคา ทองคำ เยาวราช วันนี้ ล่าสุด ทิศทาง ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์ ที่เร็ว ใหม่สด ทุกวัน

กูรูต่างชาติ ชี้ราคาทองคำแกว่งตัว $10-$20 ก่อนเลือกตั้ง ปธน. สหรัฐ

นักวิเคราะห์คาดราคาทองคำในสัปดาห์นี้ ไซด์เวย์ในแนว 1,900 ดอลลาร์ เพื่อเตรียมเข้าโหมดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พฤศจิกายน
Spread the love

นักวิเคราะห์คาดราคาทองคำในสัปดาห์นี้ ไซด์เวย์ในแนว 1,900 ดอลลาร์ เพื่อเตรียมเข้าโหมดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พฤศจิกายน แต่ยังเกาะติดความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใกล้ชิดแม้ว่าจะมีอากาศน้อยเต็มที

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา(19-23 ต.ค.)ราคาทองคำเริ่มต้นต่ำกว่า 1,915 ดอลลาร์ ก่อนจะปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 1,906.20 ดอลลาร์  โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาทองคำคือการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งผันผวนอย่างมาก

Peter Hug Metals global trading director Kitco กล่าวว่า ปัจจัยที่จะทำให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งก็คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่นับวันโอกาสเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ตลาดก็ยังจับตาใกล้ชิด และหากสามารถตกลงกันได้ ราคาทองคำอาจขยับขึ้นทะลุ 1,925 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับยังคงอยู่ที่ 1,875 ดอลลาร์และ 1,850 ดอลลาร์ ซึ่งยังมองไม่เห็นโอกาสที่ราคาทองคำจะลดลงไปมากกว่านั้นยกเว้นแต่จะมีการเทขายอย่างหนัก

ทั้งนี้หากว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่สามารถตกลงกันได้ก่อนการเลือกตั้ง และหาก”โจ ไบเดน”คว้าชัยไปได้ อาจมีการผลักดันมาตรการดังกล่าวออกไปจนถึงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ หลังจากที่เจ้าตัวเข้ารับตำแหน่งแล้ว

ด้าน Afshin Nabavi, senior vice president at precious metals trader MKS SA. กล่าวว่าสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง (26-30 ต.ค.) ราคาทองคำอาจมีความผันผวนวันละ  10 – 20 ดอลลาร์ และไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก จนกว่าจะหลัง 3 พ.ย.ไปแล้ว

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ยังคงเห็นพ้องกันว่าไม่ว่าผู้สมัครรายใดจะชนะการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ก็จะส่งผลดีต่อราคาทองคำ เพราะจะต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากขณะนี้อัตราดอกเบี้ยต่ำ และเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง  อย่างไรก็จากผลการสำรวจคะแนนความนิยมทางฝั่งพรรคเดโมแครตยังคงนำหน้า ทำให้มีแนวโน้มที่จะดันให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นได้

Ryan McKay  commodity strategist TD Securities  กล่าวว่า นักลงทุนต่างเฝ้ารอว่าใครจะเป็นผู้ชนะ แต่หลังการเลือกตั้งทั้งคู่ก็จะต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่มองว่าหากทางตัวแทนของพรรคเดโมแครตชนะน่าจะส่งผลดีมากกว่า เพราะจะมีการอัดฉีดเงินมากกว่า ซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ราคาทองคำพุ่งทะยาน

ขณะที่ Sean Lusk co-director Walsh Trading กล่าวว่าหลังการเลือกตั้งราคาทองคำสามารถพุ่งกลับไปแตะ 2,000 ดอลลาร์ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,500 ดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2564 เพราะไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง ก็จะมีการอัดฉีดเงินจำนวนมาก และธนาคารกลางทุกแห่งในโลกก็ดำเนินการเช่นเดียวกัน

เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ยังคงอยู่ และหลายพื้นที่อาจจะมีการล็อคดาวน์เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาทองคำยังคงเติบโตต่อเนื่อง ไปจนถึงอย่างน้อยก็ต้นปี 2564 เพราะความเสียหายทางเศรษฐกิจจากวิกฤตโคโรนาไวรัสได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจต้องใช้เวลาหลายปีในการฟื้นตัว ทั้งนี้หากธนาคารกลางยิ่งพิมพ์เงินออกมามากก็ยิ่งมีค่าน้อยลงเท่านั้น

อย่างไรก็ดี Peter Hug Metals global trading director Kitco ตั้งข้อสังเกตว่าหากฝั่งเดโมแครตได้รับชัยชนะก็จะเกิดการเทขายหุ้นเกิดขึ้นเนื่องจากนักลงทุนพยายาม ล็อกผลกำไรก่อนที่ภาษีจะสูงขึ้น และอาจเป็นไปได้ว่าจะเป็นลบสำหรับทองคำ เพราะคาดว่า โจ ไบเดน จะขึ้นภาษีในปี 2021 ซึ่งทให้อาจมีการเทขายตราสารทุนและเป็นไปได้ว่าราคาทองคำอาจถูกกดดัน และราคาอาจจะมีการปรับตัวลดลง จึงเป็นโอกาสดีที่จะเข้าซื้อ เพราะไม่ว่าทรัมป์หรือไบเดน คว้าชัยชนะจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา และจะส่งผลดีต่อตลาดตราสารทุนและทองคำในระยะยาว

ขณะที่ Han Tan market analyst  FXTM กล่าวว่าอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถกระตุ้นทองคำได้ในระยะสั้นคือผลการเลือกตั้งที่ล่าช้า ทั้งนี้นักลงทุนควรเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ของความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาดทันทีหลังจากวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งจะทำให้ราคาของสินทรัพย์ปลอดภัยจะเพิ่มขึ้นได้

นอกเหนือจากความผันผวนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งแล้ว ตลาดยังกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของโคโรนาไวรัส ระลอก 2 ที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งอาจจะนำไปสู่การล็อคดาวน์รอบใหม่ และมันอาจจะทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจช้าไปอีก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการเทขายสินทรัพย์ในลักษณะเดียวกันเช่นในเดือนมีนาคม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตราสารทุน และนักลงทุนจะหันมาถือเงินดอลลาร์ จากนั้นขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะมีมาตรการในการแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งโดยปกติจะมีการอัดฉีดเงินเพิ่ม ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคสินค้าโภคภัณฑ์

CR: Kitco News

 5,825 total views,  2 views today

Click to listen highlighted text!