18 เมษายน 2021

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ล่าสุด ทิศทาง ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์ ที่เร็ว ใหม่สด ทุกวัน

บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 30 พ.ย.63 (YLG)

YLG BULLION

YLG BULLION

คำแนะนำ :

แนะนำติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด ราคาอยู่ในช่วงการพักฐาน โดยเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น หากยืนเหนือโซนแนวรับแรกบริเวณ 1,773-1,765 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,800-1,805 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,765 1,755 1,740  แนวต้าน : 1,805 1,813 1,821

สรุป

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 20.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ราคาทองคำจะพยายามทรงตัวรักษาระดับเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่ความต้องการเสี่ยง(Risk on)ที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางความหวังเชิงบวกเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลกหลังข่าววัคซีนต้าน COVID-19 มีประสิทธิภาพสูงกว่า 90% ได้กระตุ้นแรงขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยสลับออกมาอย่างต่อเนื่อง  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มหลัง Daily Express รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า  แหล่งข่าวในสหภาพยุโรป(EU) ได้แสดงความประหลาดใจต่อรายงานข่าวของ Reuters ที่ว่านาย Michel Barnier หัวหน้าคณะเจรจา Brexit ของสหภาพยุโรป (EU) จะเสนอให้มีการลดโควต้าการทำประมงในน่านน้ำในสหราชอาณาจักร 15% และ 18% โดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้า  พร้อมระบุว่านาย Michel Barnier “จะไม่ยอมรับ” ข้อเสนอนี้  ส่งผลให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับ No-deal Brexit  จนกดดันให้เงินปอนด์ร่วงลงแรง  ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำเริ่มปรับตัวลงแรงเช่นกัน  จนกระทั่งราคาหลุดแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาและเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันบริเวณ 1,799 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในที่สุด  ซึ่งยิ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงขายทางเทคนิค(Sell Stop) ประกอบกับปริมาณการซื้อขายในตลาดทองคำเบาบางกว่าปกติ  เพราะตลาดสหรัฐเปิดทำการเพียงครึ่งวันในวัน Black Friday สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาทองคำทิ้งตัวลงไปแตะระดับต่ำสุดบริเวณ  1,773.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์  และปิดตลาดในสัปดาห์ที่แล้วด้วยการดิ่งลง -4.44% ซึ่งเป็นการปิดตลาดในแดนลบเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโก และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก นลท.ขายหลังคลายกังวลภาวะเศรษฐกิจ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขายดอลลาร์ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากที่การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของจีนได้หนุนแรงซื้อสกุลเงินของประเทศที่ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ และนักลงทุนยังขายดอลลาร์เพื่อเข้าลงทุนในตลาดหุ้นที่ยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.22% แตะที่ 91.8047 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 104.03 เยน จากระดับ 104.24 เยน, อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9045 ฟรังก์ จากระดับ 0.9061 ฟรังก์ และดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าแตะที่ระดับ 1.2984 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3018 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1957 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1915 ดอลลาร์, ดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าสู่ระดับ 0.7388 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7362 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินปอนด์อ่อนค่าแตะที่ระดับ 1.3304 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3356 ดอลลาร์
  • (+) สหรัฐติดโควิดวันเดียวทะลุ 200,000 ราย  มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ รายงานในวันเสาร์ว่า สหรัฐพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 กว่า 200,000 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ทุบสถิติยอดติดเชื้อรายวันสูงสุด โดยพบผู้ติดเชื้อ 205,557 ราย ดันยอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 13.09 ล้านราย  เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ รายงานว่า สหรัฐพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 กว่า 196,000 รายในวันเดียว ซึ่งถือเป็นยอดติดเชื้อรายวันสูงสุดในขณะนั้น  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายบิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เปิดเผยในวันเสาร์ว่า อัตราการติดเชื้อโควิดเฉลี่ย 7 วันในนครนิวยอร์กยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแตะระดับ 3.64% เทียบกับ 3.33% เมื่อวันก่อน  ทั้งนี้ อัตราการติดเชื้อทะลุระดับ 3% เมื่อสัปดาห์ก่อน และอยู่เหนือระดับดังกล่าวตั้งแต่นั้นมา โดยทางการมองว่าระดับดังกล่าวอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดรอบสอง
  • (+) อังกฤษ-อียูเตรียมเจรจาการค้าอีกรอบวันเสาร์ หลังระงับเพราะมีจนท.ติดโควิด  นายเดวิด ฟรอสต์ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาของอังกฤษ เปิดเผยผ่านทางทวิตเตอร์ว่า อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) จะกลับมาเจรจาแบบตัวต่อตัวอีกครั้งในวันเสาร์ (28 พ.ย.) ที่กรุงลอนดอน  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลัง EU และอังกฤษได้เปิดฉากการเจรจาครั้งล่าสุดที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยี่ยมเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่จะระงับการเจรจาข้อตกลงการค้าชั่วคราว หลังจากพบว่าเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของ EU ติดเชื้อโควิด-19  มิเชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าผู้แทนการเจรจาฝ่าย EU ระบุผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ทั้งสองฝ่ายได้กลับมาเจรจากันอีกครั้งในระบบออนไลน์ แต่ก็ยังคงมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันทางด้านพื้นฐาน  นักลงทุนจับตาการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและ EU ก่อนที่ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของอังกฤษในการแยกตัวออกจาก EU จะสิ้นสุดลงในปลายปีนี้ ซึ่งหากทั้งสองฝ่ายประสบความล้มเหลวในการเจรจา อังกฤษก็จะแยกตัวออกจาก EU โดยไม่มีการทำข้อตกลง (no-deal Brexit)
  • (-) ทรัมป์ผิดหวังอีก ศาลอุทธรณ์ปัดคำร้องล้มล้างผลเลือกตั้งไบเดนชนะในเพนซิลเวเนีย  ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐในรัฐเพนซิลเวเนียได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นเมื่อวันศุกร์ที่จะไม่รับคำร้องของทีมหาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พยายามจะล้มล้างผลการเลือกตั้งในรัฐเพนซิลเวเนียที่นายโจ ไบเดน เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา  คณะผู้พิพากษา 3 คนของศาลอุทธรณ์เขต 3 ในรัฐเพนซิลเวเนียได้ตัดสินว่า ข้อกล่าวหาของทีมหาเสียงของปธน.ทรัมป์ที่ว่า มีการโกงเลือกตั้งเป็นวงกว้างในรัฐเพนซิลเวเนียนั้น ไม่มีหลักฐานสนับสนุนแต่อย่างใด  “การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมเป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตยของเรา ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมนั้นต้องเป็นข้อกล่าวหาที่เฉพาะเจาะจง และต้องได้รับการพิสูจน์ แต่เราไม่ได้รับทั้งสองส่วนนั้น” ผู้พิพากษาสเตฟาโนส บิบาส ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยปธน.ทรัมป์ระบุไว้ในบันทึกความเห็นของศาลจำนวน 21 หน้า  ทั้งนี้ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ 3 รายที่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรครีพับลิกันได้ตัดสินว่า การตัดสินของศาลแขวงสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีความเหมาะสมแล้วที่ได้ปฏิเสธคำร้องของคณะหาเสียงของปธน.ทรัมป์ที่ต้องการจะสกัดกั้นการรับรองผลการเลือกตั้งสำหรับชัยชนะของนายไบเดนในรัฐเพนซิลเวเนีย
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 37.9 จุด หุ้นค้าปลีก-เทคโนโลยีหนุนตลาด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (27 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มค้าปลีก เนื่องจากผู้บริโภคสหรัฐเริ่มทำการช้อปปิ้งออนไลน์ในช่วงเริ่มต้นเทศกาลวันหยุดปลายปี ท่ามกลางภาวะที่มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ในโรงพยาบาลต่างๆ ของสหรัฐ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,910.37 จุด เพิ่มขึ้น 37.9 จุด หรือ +0.13%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,638.35 จุด เพิ่มขึ้น 8.7 จุด หรือ +0.24% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,205.85 จุด เพิ่มขึ้น 111.44 จุด หรือ +0.92%

ขอขอบคุณ  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

 4,362 total views,  1 views today