14 เมษายน 2021

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ล่าสุด ทิศทาง ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์ ที่เร็ว ใหม่สด ทุกวัน

จับตา 4 เรื่องหลักที่จะชี้ทิศทางราคาทองคำในช่วงนี้

YLG BULLION GOLD

YLG BULLION GOLD

จับตา 4 เรื่องหลักที่จะชี้ทิศทางราคาทองคำในช่วงนี้

แม้ว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสามารถขึ้นไปแตะระดับ 1,875 ดอลลาร์ได้ แม้ภาพทางเทคนิคระยะสั้นจะมองว่าเป็นขาขึ้น(Uptrend)อีกครั้ง แต่ในระยะกลางก็ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก เราจะมาดูกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ต้องจับตาในช่วงนี้

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ YLG กล่าวว่าปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามองในช่วงนี้ จะมีจากทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจัยในประเทศให้ รอดูการประกาศมาตรการดูแลเงินบาทระยะที่( 2)ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้  หากเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ประเมินว่าเงินทุนไหลเข้า รวมถึงการอ่อนค่าของดอลลาร์จะยังหนุนเงินบาทแข็งค่าต่อไป ในปีนี้  และต้นปีหน้า อย่างไรก็ดี หากมาตรการที่ออกมารุนแรงมากกว่าการคาดการณ์อาจส่งผลให้ค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าในระยะสั้น ซึ่งจะช่วยหนุนราคาทองคำในประเทศได้

ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนฟิวเจอร์ส
ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนฟิวเจอร์ส

“ราคาทองคำในประเทศ เกี่ยวโยงกับค่าเงินบาทเป็นสำคัญ เมื่อค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลง 10 สตางค์ จะส่งผลต่อราคาทองคำในประเทศราว 88-90 บาทต่อบาทองคำเลยทีเดียว”ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG กล่าว

ส่วนปัจจัยภาพนอกประเทศนั้นมีหลายเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เริ่มจากความคืบหน้าของสภาคองเกรสของสหรัฐในการเร่งบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังรอบใหม่ รวมถึงการผ่านกฎหมายงบประมาณเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดดำเนินงานของรัฐบาล(Government Shutdown) ก่อนวันที่11 ธ.ค.

แม้ทุกฝ่ายจะเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการออกมาตรการดังกล่าว หลังตัวเลขการจ้างงานในเดือน พ.ย. ออกมาแย่เกินคาด แต่ยังมีความขัดแย้งกันเกี่ยวกับวงเงินของมาตรการดังกล่าว โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา สนับสนุนวงเงิน 9.08 แสนล้านดอลลาร์ แต่นายมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภามองว่ามาตรการรอบใหม่ควรมีวงเงินเพียง 5 แสนล้านดอลลาร์

ทั้งนี้หากสภาคองเกรสสามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังรอบใหม่ได้สำเร็จ จะเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงซื้อทองคำ ในทางกลับกันหากสภาคองเกรสล้มเหลว จะหนุนให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าและกดดันราคาทองคำเช่นกัน จึงต้องจับตาประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด

ส่วนในช่วงกลางเดือน (15-16 ธ.ค.) มีการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) โดยตลาดคาดการณ์ว่า เฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.00-0.25% ตามเดิม ขณะที่นักวิเคราะห์หลายรายคาดว่า เพิ่มการคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมด้วยการเพิ่มวงเงินการเข้าซื้อพันธบัตรรายเดือน หรือ อาจเข้าซื้อสินทรัพย์ที่มีระยะเวลาการครบกำหนดนานขึ้นเพื่อกดดันต้นทุนการกู้ยืมในระยะยาว ซึ่งหากเฟดผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมอาจเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำได้

นอกจากนี้ต้องจับแถลงการณ์ของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด, Economic Projections (คาดการณ์ GDP, อัตราการว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ) และ Dot Plot(คาดการณ์อัตราดอกเบี้ย_ ของเจ้าหน้าที่เฟด)

ทั้งนี้หาก Economic Projections ยังคงสะท้อนมุมมองเชิงลบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก หรือ หาก Dot Plot บ่งชี้ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำในระยะยาว หรือ หากแถลงการณ์ของประธานเฟด ก่อให้เกิดการคาดการณ์ต่อว่า เฟดอาจดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม มีแนวโน้มจะเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงซื้อทองคำ

ในทางกลับกันหากเฟดมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น หรือส่งสัญญาณในเชิง Dovish น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ต้องระวังการกลับมาแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ซึ่งจะส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำได้

อีกเรื่องที่ต้องจับตาใกล้ชิดก็คือ คืบหน้า Brexit โดยนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ระบุเตรียมที่จะเดินทางไปยังกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยมในสัปดาห์นี้ เพื่อเข้าร่วมการเจรจาการค้าก่อนการ Brexit กับทางสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงทั้งหมดก่อนที่จะถึงเส้นตายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ 

 37,984 total views,  1 views today