17 เมษายน 2021

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ล่าสุด ทิศทาง ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์ ที่เร็ว ใหม่สด ทุกวัน

เรียนรู้ทองคำปี 63 และประเด็นสำคัญปี 64 ผ่านมุมมองของ Ausiris

เรียนรู้ทองคำปี 63 และประเด็นสำคัญปี 64 ผ่านมุมมองของ Ausiris

ในปี 2563 ราคาทองคำสามารถเปลี่ยนให้นักลงทุนรวยช่วงข้ามปี เนื่องจากราคาทองคำอย่าง Gold Spot ,Gold Online Futures ,Gold Futures และราคาทองคำสมาคม ปรับขึ้นอย่างน้อยสุด 23% ตามตารางด้านล่าง

สาเหตุหลักที่ส่งราคาทองคำขึ้นไปสู่จุดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ใหม่เกิดจากโควิด-19 โดยการระบาดของโควิด-19 ไม่ได้ทำให้ราคาทองคำขึ้นโดยตรง แต่การระบาดของโควิด-19 กระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลก รวมถึงการล็อกดาวน์กระทบต่อการค้าโลกในเชิงลบ ทั้งนี้ประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจในปี 2563 อย่างสหรัฐฯ และยุโรป  มี GDP ชะลอตัวแรง สร้างความวิตกกังวลแก่นักลงทุนดันให้นักลงทุนทิ้งสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น และเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการระบาดโควิด-19 กระทบต่อชีวิตประชาชนทั่วโลกกดดันรัฐบาลแต่ละประเทศประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น และหนี้สินทั่วโลกจะพุ่งแตะ 277 ล้านล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้ 

สรุปที่ราคาทองคำเพิ่มขึ้นในปี 2563  เพราะความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้น และอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นนั่นเอง

โดยปี 2563 ราคาทองคำผันผวนอย่างมาก และสร้างบทเรียนที่สำคัญให้แก่นักลงทุน ซึ่งเราได้ถอดบทเรียนดังกล่าว โดยการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำในปีนี้ ด้วยการนำสถิติปัจจัยที่มีผลต่อราคา Gold Spot รายวัน ที่เปลี่ยนแปลงเกิน 1% ในปี 63 (ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 31ธ.ค. 63) เกิดขึ้น 77 ครั้ง แบ่งเป็น 4 หัวข้อใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อ Gold Spot

ปัจจัยทำให้ราคาทองคำเปลี่ยนแปลงเกิน 1% บ่อยที่สุดได้แก่ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯเกิดขึ้น 33 ครั้ง อย่างการแข็งค่าหรืออ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ,จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ,ยุโรป ,อังกฤษ ,ญี่ปุ่น นโยบายการเงิน FOMC,ECB,BOE,BOJ และการเลือกตั้งสหรัฐฯ

รองลงมาเป็นปัจจัยจากโควิด-19 ทำให้ราคาทองคำเปลี่ยนแปลงเกิน 1% ถึง 20 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มการระบาดโควิด-19 หรือวัคซีนต้านโควิด-19

ปัจจัยกระทบราคาทองคำอันดับที่ 3 สร้างการเปลี่ยนแปลงทองคำเกิน 1% ได้ถึง 15 ครั้ง อย่างการซื้อขายของกองทุน SPDR และการซื้อขายของธนาคารกลางนานาประเทศ นับตั้งแต่ 1 ม.ค. ถึง 30 ก.ย. 2563 ธนาคารกลางของนานาประเทศมีการซื้อขายทองคำดังนี้

ปัจจัยสุดท้ายที่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงเกิน 1%  ของราคาทองคำ 9 ครั้ง คือ การเมืองระหว่างประเทศ ที่เกิดขึ้นในปี 2563 ได้แก่ ความสัมพันธ์สหรัฐฯกับอิหร่าน และความสัมพันธ์สหรัฐฯกับจีน

ขณะที่ประเด็นกระทบราคาทองคำในปี 2564 มีดังนี้

1.โควิด-19 ใน 2 มิติ ได้แก่ 1.โควิด-19 กลายพันธุ์ และยาต้านโควิด-19  2.การระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ในไทยกดดันเศรษฐกิจไทย

มิติแรกโควิด-19 กลายพันธุ์(ณ 31. ธ.ค. 2563)

โควิด-19 มี 7 สายพันธุ์ โดยโควิด-19 สามชนิดที่โลกกำลังจับตามองโควิด-19 จากอังกฤษ แอฟริกาใต้ และไนจีเรีย

โควิด-19 กลายพันธุ์อังกฤษ “VOC-202012/01” หรือ “B.1.1.7”

เป็นการกลายพันธุ์บางส่วนถูกตรวจพบครั้งแรกตั้งแต่เดือนตุลาคม แต่เริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็วช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า โควิด-19 พันธุ์กลาย B.1.1.7 นี้ทำให้มีอัตราการติดเชื้อโควิด-19 ที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยไวรัสสามารถเกาะที่เซลล์ของมนุษย์ได้ง่ายขึ้น

โควิด-19 กลายพันธุ์แอฟริกาใต้ “501.V2”

จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า โควิด-19 กลายพันธุ์ตัวนี้ทำให้มนุษย์ติดเชื้อง่ายขึ้น โดยสามารถจู่โจมคนที่มีสุขภาพไม่ดีได้ง่ายขึ้น และบางรายแสดงอาการเจ็บป่วยรุนแรงขึ้น

โควิด-19 กลายพันธุ์ไนจีเรีย “P681H”

อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลของโควิด-19 กลายพันธุ์ตัวดังกล่าว ยังคงมีข้อมูลที่จำกัด แต่พบการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 501 คล้ายตัวพันธุ์กลายแอฟริกาใต้ แต่มีศักยภาพในการกระจายเชื้อต่ำกว่า

สิ่งที่เรากำลังจะสื่อ คือ โควิด-19 กำลังพัฒนาตัวไปเรื่อยๆ เพื่อทำให้โควิด-19 มีชีวิตรอดต่อไป และโควิด-19 มีความเสี่ยงกลายพันธุ์ให้แกร่งกว่า ร้ายกว่า น่ากลัวกว่าเดิมได้ หรือสามารถเอาชนะยาต้านโควิด-19 ที่มีอยู่ในตอนนี้

จากการวิเคราะห์ผลกระทบของโควิด-19 ที่มีต่อราคาทองคำ 2 ทาง

หากแนวโน้มการกลายพันธุ์โควิด-19  ร้ายกว่า น่ากลัวกว่าเดิม หรือสามารถเอาชนะยาต้านโควิด-19 ที่มีอยู่ในตอนนี้ เป็นปัจจัยกดดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลก และส่งให้ราคาทองคำปรับขึ้นได้อีกมาก

หากแนวโน้มการระบาดเริ่มลดลง และยาต้านสามารถใช้ได้มีประสิทธิภาพ แก้ไขวิกฤตโควิด-19 ได้สำเร็จ มีโอกาสที่เศรษฐกิจโลกจะเริ่มกลับมาฟื้นตัว ลดความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ และส่งให้นักลงทุน หันหน้าเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นมากขึ้น

มิติที่สองการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ในไทยกดดันเศรษฐกิจไทย

ภาคเศรษฐกิจที่โดนผลกระทบจากโควิด-19 มากที่สุด คือ ภาคการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าในปี 2562 มากกว่า 16% ของ GDP ไทยปี 2562(โดย GDP62 16.8 ล้านล้านบาท )  นับเป็นมูลค่า 2.7 ล้านล้านบาท  โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10% ของ GDP มูลค่า 1.68790 ล้านล้านบาท และรายได้จากนักท่องเที่ยวในประเทศ 6% ของ GDP มูลค่า 1.01274 ล้านล้านบาท

ยังไม่นับรวมการจ้างงานจากภาคการท่องเที่ยวที่กำลังจะหายไปในระยะสั้น กดดันให้แนวโน้มภาคการท่องเที่ยวหดตัว นักท่องเที่ยวต่างชาติหาย แต่ยังดีที่ภาคการผลิตมีแนวโน้มขยายตัวการส่งออกขยายตัว กระทบต่อความต้องการค่าเงินบาทอาจเพิ่มขึ้นไม่มากเท่าที่ควร เพราะการส่งออกขยายตัวได้เงินเป็นดอลลาร์และแลกเป็นเงินบาทมากกว่า แต่ความต้องการค่าเงินบาทที่เกิดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป

ทั้งนี้ การแข็งหรืออ่อนค่าของเงินบาททุกๆ 10 สตางค์ จะกระทบต่อมูลค่าทองคำไทยประมาณ 60-80  บาทต่อ 1 บาททองคำ

2.การถดถอยของเศรษฐกิจ และหนี้ที่กำลังท่วม

หลังจากเจอโควิด-19 ระบาดรอบแรก ทำให้นานาประเทศต้องงัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อพยุงไม่ให้เศรษฐกิจถดถอย และส่วนใหญ่เงินที่นำมากระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมาจากการกู้ในหลายรูปแบบ

และเราได้เห็นแล้วว่านานาประเทศมีความเสี่ยงเกิดโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ ทำให้ต้องใช้ไม้ตายก้นหีบอย่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ซึ่งเงินที่นำมาให้ต้องกู้ในรูปแบบต่างๆ เช่นเดิม ที่แย่คือทุกครั้งที่เกิดการระบาดโควิด-19 จะเร่งการถดถอยของเศรษฐกิจประเทศที่เกิดการระบาด และการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นทำให้เกิดอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ส่งให้ราคาทองคำในประเทศต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น

3.นโยบายทางเศรษฐกิจและด้านต่างประเทศของโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 46

ด้านเศรษฐกิจ

  • Buy American งบประมาณลงทุนกว่า 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
    – โดยการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 5G และเทคโนโลยี AI 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
    – งบประมาณสำหรับรัฐบาลกลางในการซื้อสินค้าและบริการจากบริษัทอเมริกัน 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน งบ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และช่วยกระตุ้นการจ้างงานสหรัฐฯ
  • ขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็น 28% จากเดิม 21%
  • ขึ้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็น 39.6% จากเดิม 37%

ด้านต่างประเทศ

  • สร้างความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตร
  • ไม่สนับสนุนการขึ้นภาษีสินค้าจีน
  • เดินหน้าความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก(CPTPP )

สรุปนโยบายโดยรวมของโจ ไบเดน มีแนวทางทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า เนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายรูปแบบ ทำให้ราคาทองคำมีโอกาสปรับขึ้น

4.การใช้นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯในปี 2564

มองว่าไม่น่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯมีเงื่อนไขในการขึ้นดอกเบี้ย 3 อย่างได้แก่

          1.การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐฯต้องลดลง

          2.อัตราการว่างงานในสหรัฐฯต้องกลับมาอยู่ที่ก่อนที่เกิดโควิด-19 ก็คือ 3.5%

          3.อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยต่อปีของสหรัฐฯต้องมากกว่า 2%

จาก 3 เงื่อนไขดังกล่าวอย่าง การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐฯยังเพิ่มขึ้นแสนรายต่อวัน ส่วนอัตราการว่างงานในสหรัฐฯในเดือน ต.ค. ปี 63 แตะ 6.9% และสุดท้ายอัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. อยู่ที่ 1.18% เท่านั้น ทำให้ปิดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2564 จึงไม่ส่งผลลบต่อราคาทองคำ แต่กลับกันธนาคารกลางสหรัฐฯมีโอกาสเพิ่มนโยบายทางการเงินที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เนื่องจากต้องกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากจบการระบาดของโควิด-19 มีโอกาสเห็นดอลลาร์อ่อนค่า ส่งให้ผลบวกต่อราคาทองคำ

5.การค้าระหว่างสหรัฐ-จีน

ในช่วงเวลาของโจ ไบเดน ที่จะขึ้นมาแทนทรัมป์ และรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 46 ในวันที่ 20 มกราคม 2564  ในก่อนที่จะได้โจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 46 ผู้คนต่างคาดการณ์ว่า โจ ไบเดน จะลดความร้อนแรงในประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่ทรัมป์สร้างขึ้น แต่ทิศทางคงไม่เป็นอย่างที่คาดไว้หลัง โจ ไบเดน ให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ว่าจะไม่ยกเลิกกำแพงภาษี 25% ของทรัมป์ และไม่ล้มเลิกข้อตกลงการค้าเฟส 1 ที่ลงนามกับจีน  และเป้าหมายของไบเดน คือการดำเนินนโยบายการค้าที่มุ่งลดแนวทางปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมของจีน ได้แก่ การขโมยทรัพย์สินทางปัญญา การทุ่มตลาด ตลอดจนการที่รัฐให้ความช่วยเหลือธุรกิจอย่างผิดกฎหมาย และการบังคับบริษัทอเมริกันถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัทจีน เรียกได้ว่ามุมมองต่อจีนของ โจ ไบเดน ไม่ได้ต่างจากทรัมป์

การคงอยู่ของข้อตกลงการค้าเฟส 1 ที่ลงนามระหว่างสหรัฐฯกับจีน เป็นสิ่งที่ชะลอการพื้นตัวการค้าโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อีกด้วย ทำให้เศรษฐกิจโลกยังน่าเป็นห่วง แต่ปัจจัยดังกล่าวเป็นบวกต่อราคาทองคำ  

6.ข้อตกลงการค้าจีน-EU

โดยจีน-EU บรรลุข้อตกลงด้านการลงทุน หลังเจรจายืดเยื้อ 7 ปี โดยตัวเร่งที่ทำให้จีน-EU บรรลุข้อตกลง คือ ทรัมป์ที่ใช้มาตรการกำแพงภาษีกับนานาประเทศ

ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวจะคุ้มครองเอกชนของยุโรปในด้านต่างๆ ได้แก่ ทรัพย์สินทางปัญญา การลงทุน ฯลฯ และหากผลบังคับใช้

EU ได้ประโยชน์

  • โดยภาคเอกชนยุโรปจะสามารถเข้ามาซื้อกิจการในจีนได้ สามารถแข่งขันกับเอกชนจีนได้อย่างเสรีในหลากหลายอุตสาหกรรมอย่าง เครื่องมือทางการแพทย์ ,รถยนต์ ,พลังงานสะอาด ,เคมีภัณฑ์ ,เทคโนโลยีการขนส่ง  รวมถึงเอกชนของยุโรปเองไม่ต้องโดนข้อบังคับในการถ่ายทอดเทคโนโลยี ข้อมูลความลับทางธุรกิจอีกต่อไป
  • จีนจะยอมรับข้อตกลงที่สหภาพยุโรปที่รัฐวิสาหกิจของจีนจะต้องไม่เอาเปรียบบริษัทเอกชนของยุโรป เช่น กรณีของรัฐวิสาหกิจจีนซื้อสินค้าจากบริษัทเอกชนจีนแต่อย่างเดียวนั้นจะทำไม่ได้หลังจากนี้ แต่ต้องมีความโปร่งใสในการซื้อสินค้าและบริการ

ส่วนจีนได้ประโยชน์

  • จะได้เงินทุนจากยุโรป และการจ้างงาน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของ GDP ที่ใกล้จะนำสหรัฐฯ และเหตุที่จีนต้องยอมตกลง เพราะจีนได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯจึงทำให้ต้องหันมาญาติดีกับ EU อีกครั้ง

และราคาทองคำจะได้ประโยชน์กับข้อตกลงดังกล่าวอย่างไร  ตอบง่ายๆ คือ การได้ข้อตกลงการลงทุนระหว่างจีน-EUทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจทั้งจีน และ EU มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งให้ค่าเงินยูโรมีโอกาสแข็งค่ามากขึ้น กดดันค่าเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่า ส่งให้ราคาทองคำในระยะสั้น และระยะกลางปรับขึ้น

7.ข้อตกลง Brexit

จบการเจรจา Brexit โดยอังกฤษและ EU สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกัน

โดยรัฐสภาอังกฤษจำเป็นต้องให้สัตยาบันต่อข้อตกลงดังกล่าวภายในสิ้นปีนี้ ก่อนข้อตกลงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2564

และ EU จะกำหนดให้ข้อตกลงมีผลบังคับใช้ชั่วคราวไปจนกว่าที่รัฐสภายุโรปจะลงมติในปี 2564 ถึงจะเสร็จสิ้น

ซึ่งผลกระทบต่อค่าเงินยูโรและปอนด์แข็งค่า และกดให้ดอลลาร์อ่อนค่าระยะสั้น เป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ

และมุมมองการลงทุนทองคำในปี 2564

Gold Spot

Sideway Up กรอบ 1,700 – 2,130 เหรียญ

ราคาทองสมาคม

Sideway Up กรอบ 24,200 – 32,150 บาท

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก
– Aspen
– Investing.com
– Forexfactory.com
– Bloomberg

เรียบเรียงโดยนายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์
— นักวิเคราะห์ด้านการลงทุนปัจจัยพื้นฐานสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด

 14,689 total views,  1 views today