2 มีนาคม 2021

Gold Around

ราคา ทองคำ เยาวราช วันนี้ ล่าสุด ทิศทาง ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์ ที่เร็ว ใหม่สด ทุกวัน

บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 22 ม.ค.64 (YLG)

คำแนะนำ

หากยังไม่สามารถผ่าน 1,875-1,881 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจใช้วิธีการลดพอร์ตการลงทุนลง และสำหรับนักลงทุนที่เก็งกำไรฝั่งซื้อให้รอการอ่อนตัวลงของราคาบริเวณแนวรับ 1,856-1,840 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,856 1,840 1,818  แนวต้าน : 1,881 1,896 1,914

สรุป

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 1.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากในระหว่างวันราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  จนราคาทองคำขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์บริเวณ 1,875.01 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ก่อนที่ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงในเวลาต่อมาจากแรงขายทำกำไร  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการเปิดเผยเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีเกินคาด  ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานที่ครั้งแรกลดลงเกินคาดสู่ระดับ 900,000 ราย, ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างที่ออกมาดีเกินคาด  รวมถึงดัชนีภาคการผลิตจากเฟดฟิลาเดเฟียที่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 26.5 สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,858.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  เนื่องจากในระยะนี้นักลงทุนมองสกุลเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินดอลลาร์เป็นสำคัญ  ดังนั้นเมื่อตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีเกินคาด บวกรวมกับความหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ได้กระตุ้นความหวังเกี่ยวกับฟื้นตัวของเศรษฐกิจซึ่งบั่นทอนความต้องการสกุลเงินปลอดภัย  นักลงทุนจึงเทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยออกมา และเข้าซื้อสกุลเงินเสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า  ส่งผลให้วานนี้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเป็นวันที่ 3 วัน จนเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำลดช่วงติดลบลงในที่สุด  ส่วนผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป(ECB)ถือว่าเป็นไปตามคาด คือ ECB คงอัตราดอกเบี้ยและวงเงินในการซื้อพันธบัตรในการประชุมวานนี้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคการบริการ  รวมถึงยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อน นลท.ขายสกุลเงินปลอดภัยรับความหวังสหรัฐกระตุ้นศก.  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 ม.ค.) โดยนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากคาดการณ์ว่ารัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะเร่งออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน หลังจากตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ลดลง 0.40% แตะที่ 90.1200 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 103.51 เยน จากระดับ 103.53 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8852 ฟรังก์ จากระดับ 0.8898 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2628 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2643 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2159 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2107 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3725 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3645 ดอลลาร์
  • (+) บิตคอยน์ทรุดวันที่ 2 ฉุดมาร์เก็ตแคปคริปโตวูบกว่า 1 แสนล้านดอลล์  บิตคอยน์ทรุดตัวเป็นวันที่ 2 ในวันนี้ หลังจากที่นายโจ ไบเดน สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวานนี้ ส่งผลให้บิตคอยน์ดิ่งลงกว่า 10% ในช่วง 48 ชั่วโมง และฉุดให้มูลค่าตลาดของสกุลเงินคริปโตหายไปกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 9.6 แสนล้านดอลลาร์ หลังจากทะยานขึ้นเหนือระดับ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ก่อนหน้านี้ 
  • (+) ไฟเซอร์งานเข้า! ยุโรปเตรียมฟ้อง หลังผิดสัญญาส่งมอบวัคซีนโควิด  รัฐบาลหลายประเทศในยุโรปแสดงความไม่พอใจต่อบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ ขณะที่บางประเทศ เช่น อิตาลี ขู่ดำเนินการทางกฎหมาย หลังจากที่ทางบริษัทได้ลดการส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ในขณะนี้  รัฐบาลโรมาเนียเปิดเผยว่า ไฟเซอร์ได้ลดการส่งมอบวัคซีน 50% ในสัปดาห์นี้ ขณะที่จะค่อยๆเพิ่มจำนวนการส่งมอบในภายหลัง แต่การส่งมอบจะยังไม่กลับสู่ระดับปกติ จนกว่าจะถึงปลายเดือนมี.ค.  โปแลนด์ก็ถูกลดการส่งมอบวัคซีนเหลือเพียง 50% เช่นกัน ส่วนสาธารณรัฐเชคก็เผชิญปัญหาขาดแคลนวัคซีนเช่นเดียวกัน จนส่งผลกระทบต่อโครงการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ให้แก่ประชาชน  ทางด้านเดนมาร์กระบุว่า การที่ไฟเซอร์ลดการส่งมอบวัคซีน 50% ในสัปดาห์นี้ จะทำให้เกิดการขาดแคลนวัคซีน 10% ในไตรมาสแรก 
  • (-) ดาวโจนส์ปิดลบเล็กน้อย,S&P500 ทำนิวไฮ รับความหวังสหรัฐเร่งกระตุ้นศก.  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (21 ม.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยังคงปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่ารัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะเร่งออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน หลังจากตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,176.01 จุด ลดลง 12.37 จุด หรือ -0.04% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,853.07 จุด เพิ่มขึ้น 1.22 จุด หรือ +0.03% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,530.91 จุด เพิ่มขึ้น 73.67 จุด หรือ +0.55%
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขเริ่มต้นสร้างบ้านสูงกว่าคาดในเดือนธ.ค.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านพุ่งขึ้น 5.8% ในเดือนธ.ค. สู่ระดับ 1.669 ล้านยูนิต สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.560 ล้านยูนิต จากระดับ 1.547 ล้านยูนิตในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านพุ่งขึ้น 5.2% ในเดือนธ.ค.
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานลดต่ำกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 26,000 ราย สู่ระดับ 900,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 925,000 ราย จากระดับ 926,000 รายที่มีการรายงานในสัปดาห์ก่อนหน้านี้
  • (+/-) ECB มีมติคงดอกเบี้ย,วงเงินซื้อพันธบัตรในการประชุมวันนี้  ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและวงเงินในการซื้อพันธบัตรในการประชุมวันนี้ ขณะที่ ECB ยังคงจับตาเศรษฐกิจในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ทั้งนี้ ECB จัดการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ โดยที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรืออัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.50% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%  ECB ระบุว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบัน หรือต่ำกว่าระดับดังกล่าว จนกว่าอัตราเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายของ ECB ซึ่งระบุให้ “อยู่ใกล้ แต่ไม่เกิน 2%”  นอกจากนี้ ECB มีมติคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามโครงการ Pandemic Emergency Purchase Programme (PEPP) ที่ระดับ 1.85 ล้านล้านยูโร โดยจะซื้อพันธบัตรตามโครงการดังกล่าวจนถึงเดือนมี.ค.2565 หรือจนกระทั่ง ECB พิจารณาว่าวิกฤตการณ์จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว


ขอขอบคุณ  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

 188 total views,  1 views today