4 มีนาคม 2021

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ล่าสุด ทิศทาง ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์ ที่เร็ว ใหม่สด ทุกวัน

บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 15 ก.พ.64 (YLG)

YLg gold bar goldaround 10.02

YLg gold bar goldaround 10.02

คำแนะนำ :

เก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว หากราคาไม่สามารถทะลุแนวต้านด้านบนโซน 1,839-1,855 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้ทยอยขายทำกำไร และปิดสถานะขายหากราคายืนเหนือโซน 1,808-1,805 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,805 1,784 1,764  แนวต้าน : 1,839 1,855 1,875

สรุป

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 1.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาจากคืนวันพฤหัสบดี  และร่วงลงต่อในวันศุกร์ทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,810.49 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงกดดันหลักมาจากการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์จากแรงช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากดอลลาร์ปรับตัวลงหลายวันติดต่อกัน  ขณะที่ความต้องการเสี่ยงในตลาดลดลงก่อนวันหยุดยาวในตลาดสหรัฐ  จึงกระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรในตลาดหุ้นและสกุลเงินเสี่ยงบางสกุลจนเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์ให้ฟื้นตัวขึ้น  ประกอบกับความรุนแรงเกี่ยวกับการระบาดของ COVID-19 ในสหรัฐทุเลาลงอย่างชัดเจน  สะท้อนจากตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในสหรัฐลดลงเหลือประมาณ 84,000 รายในวันเสาร์  ท่ามกลางความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 หลังจาก CDC สหรัฐเผยว่าในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  มีประชากรในสหรัฐ 38.29 ล้านคนได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส  และในจำนวนนั้นมี 14.07 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนครบแล้วทั้ง 2 โดส  นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ที่ดีดตัวสู่ระดับ 1.203% ในวันศุกร์จากแรงขายพันธบัตรก่อนวันหยุดยาวของสหรัฐ  ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อขยับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 ปีเป็นปัจจัยที่หนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวอีกทางหนึ่ง  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแรง  ก่อนที่ราคาจะฟื้นตัวลดช่วงติดลบในช่วงปลายตลาด  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ปริมาณการซื้อขายในตลาดทองคำอาจเบาบางกว่าปกติ  เนื่องจากตลาดทองคำจีนปิดทำการในเทศกาลตรุษจีน  ขณะที่ตลาดเงิน  ตลาดทุน  และตลาดโลหะมีค่านิวยอร์กจะปิดทำการเนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สถานทูตจีนออกแถลงการณ์จวกสหรัฐ หลังไม่เชื่อผลสืบสวนต้นตอโควิด-19 ของ WHO  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐได้ออกแถลงการณ์วานนี้ โดยระบุว่า สหรัฐควรยึดมั่นในมาตรฐานสูงสุด และให้การสนับสนุนต่อการปฏิบัติหน้าที่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) หลังสหรัฐตั้งข้อสังเกตว่า การสืบสวนต้นตอโรคโควิด-19 ของ WHO อาจไม่โปร่งใส  ใจความในแถลงการณ์ระบุว่า จีนยินดีที่สหรัฐจะกลับมาเป็นสมาชิกของ WHO อีกครั้ง แต่ “WHO เป็นองค์การระดับสากลซึ่งรับผิดชอบด้านการสาธารณสุขที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่งานวัดที่ใครคิดจะเข้าหรือออกได้ตามอำเภอใจ”  ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐตั้งคำถามต่อการทำงานของ WHO เกี่ยวกับการตรวจสอบต้นตอโรคโควิด-19
  • (+) รัสเซียขู่ตัดสัมพันธ์อียู หากถูกคว่ำบาตรหลังสั่งจำคุกผู้นำฝ่ายค้าน  นายเซอร์ไก ลาฟโรวิน รมว.ต่างประเทศรัสเซียเปิดเผยในวันศุกร์ (12 ก.พ.) ว่า รัสเซียพร้อมที่จะตัดความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป (อียู) หากอียู ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ  นายลาฟรอฟระบุว่า รัสเซียไม่ต้องการที่จะแยกตัวออกจากประเทศอื่นๆ ในโลก แต่ก็พร้อมที่จะดำเนินการดังกล่าว  ทั้งนี้ รัสเซียได้ออกมาประกาศเตือนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (11 ก.พ.) ว่า รัสเซียพร้อมที่จะตอบโต้ในระดับเดียวกัน หาก EU ทำการคว่ำบาตรรัสเซีย
  • (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงในเดือนก.พ.  ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 76.2 ในช่วงครึ่งแรกของเดือนก.พ. จากระดับ 79 ในเดือนม.ค.  ตัวเลขดังกล่าวสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งคาดไว้ว่าดัชนีดังกล่าวจะขยับขึ้นเล็กน้อยแตะ 80.8
  • (-) ดัชนีความผันผวนร่วงต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปี ชี้นลท.ตลาดหุ้นนิวยอร์กคลายความวิตก  ดัชนีความผันผวน CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดวันศุกร์ (12 ก.พ.) ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 20 เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปี  ทั้งนี้ ดัชนี VIX ร่วงลง 1.28 จุด ปิดที่ระดับ 19.97 ซึ่งเป็นการปิดต่ำกว่าระดับ 20 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. 2563 เพียงไม่นานก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นสหรัฐ  ในเดือนมี.ค. 2563 ขณะที่ดัชนี S&P500 ร่วงลงมากกว่า 30% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น ดัชนี VIX ได้พุ่งขึ้นสู่ระดับปิดสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 82.69 และอยู่ในระดับสูงกว่าปกติอีกหลายเดือนหลังจากนั้น แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวขึ้นและทำสถิติสูงสุดใหม่ได้แล้วก็ตาม  ข้อมูลจาก Refinitiv บ่งชี้ว่า ดัชนี VIX ปรับตัวอยู่เหนือระดับ 20 เป็นเวลา 246 วันติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกซึ่งดัชนีอยู่เหนือระดับ 20 เป็นเวลา 331 วันระหว่างเดือนส.ค. 2551-ธ.ค. 2552 
  • (-) ดอลล์แข็งค่า รับความหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 ก.พ.) โดยนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์จากความหวังว่า รัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.06% สู่ระดับ 90.4769 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 104.97 เยน จากระดับ 104.75 เยน, แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8899 ฟรังก์ จากระดับ 0.8922 ฟรังก์ และดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2702 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2699 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2114 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2129 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าแตะที่ระดับ 1.3849 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3804 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7755 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7747 ดอลลาร์
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 27.70 จุด ขานรับความหวังเศรษฐกิจฟื้นตัว  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (12 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังว่า รัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานที่บ่งชี้ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในสหรัฐเริ่มลดลง และมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคเพิ่มมากขึ้น  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 31,458.40 จุด เพิ่มขึ้น 27.70 จุด หรือ +0.1%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,934.83 จุด เพิ่มขึ้น 18.45 จุด หรือ +0.47% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,095.47 จุด เพิ่มขึ้น 69.70 จุด หรือ +0.50%
  • (-) ทรัมป์รอดการไต่สวนถอดถอนรอบ 2 พ้นข้อกล่าวหาปลุกม็อบบุกสภา  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติให้อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พ้นจากข้อกล่าวหายุยงปลุกปั่นให้กลุ่มผู้สนับสนุนบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 ม.ค.  ในการลงมติครั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาลงคะแนน 57-43 เสียงว่านายทรัมป์กระทำความผิดจริง แต่คะแนนเสียงยังไม่ถึง 2 ใน 3 เพื่อตัดสินความผิดของนายทรัมป์ได้ ซึ่งในการลงมตินี้ มีสมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน 7 คนที่ลงคะแนนเสียงสนับสนุนข้อกล่าวหาร่วมกับสมาชิกพรรคเดโมแครต

ขอขอบคุณ  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

 361 total views,  1 views today