20 เมษายน 2021

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ล่าสุด ทิศทาง ข่าวสารทองคำ และบทวิเคราะห์ ที่เร็ว ใหม่สด ทุกวัน

5 ช่องทางลงทุนกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่ควรรู้ไว้ก่อนจะเสียมากกว่าได้

5 ช่องทางลงทุนกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่ควรรู้ไว้ก่อนจะเสียมากกว่าได้

5 ช่องทางลงทุนกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่ควรรู้ไว้ก่อนจะเสียมากกว่าได้

หนึ่งในการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนแสนดึงดูดใจ เรียกได้ว่าเกือบจะชนะทุกสินทรัพย์ที่น่าลงทุนในตอนนี้เลยก็คือ ‘ทองคำ’ เพราะนอกจากจะใช้เป็นเครื่องประดับเพื่อความสวยงามได้แล้ว ทองคำยังถูกยกให้เป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย แถมไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากการผันผวนของตลาดเงินและตลาดสินทรัพย์อื่น ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าการลงทุนในทองคำนั้นมีหลายรูปแบบมากกว่าการแค่ซื้อเก็บเอาไว้เก็งกำไรเท่านั้น ในบทความนี้ iPriceThailand จึงอยากแนะนำเกี่ยวกับ 5 ช่องทางลงทุนกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่ควรรู้ไว้ก่อนจะเสียมากกว่าได้ จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ลองไปดูพร้อม ๆ กันเลย

1. โกลด์ ฟิวเจอร์ส

โกลด์ ฟิวเจอร์ส หรือที่เรียกอีกอย่างว่า สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า นั่นก็คือ สัญญาที่ผู้ซื้อกับผู้ขายตกลงกันในวันนี้ ว่าจะซื้อขายทองคำตามราคาที่ตกลงกันไว้ในอนาคต เป็นเครื่องมือที่ผู้ลงทุนสามารถทำกำไรได้ตามความคาดการณ์ ทั้งในสภาวะราคาทองขาขึ้น และราคาทองขาลง โดยเทรดได้ทั้งฝั่ง Buy และฝั่ง Sell ในขณะที่ตลาดหุ้นเทรดได้แค่ฝั่ง Buy เท่านั้น มีความคล้ายคลึงกับการเทรดคู่เงินของ Forex หากมีกำไรก็จะได้รับเงินเข้าบัญชีเทรดทันที แต่หากขาดทุนก็มีการตัดจ่ายเงินออกทันทีเช่นกัน ผู้ลงทุนจึงสามารถติดตามสถานะของเงินลงทุน และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ทันตามแนวโน้มของตลาด

2. หุ้นเหมืองทอง

การลงทุนในหุ้นเหมืองทองก็คือ การเข้าถือหรือซื้อหุ้นในบริษัทที่ทำเหมืองทอง มีการติดตามผลประกอบการเช่นเดียวกับหุ้นประเภทอื่น ๆ ทั้งค่า P/E และกำไรสุทธิต่าง ๆ ในประเทศไทยมีบริษัทเดียวคือ บมจ. ทุ่งคาฮาเบอร์ (THL) แต่ในปัจจุบันไม่มีการเทรดในตลาดหลักทรัพย์แล้วเนื่องจากประสบปัญหาภาวะขาดทุนต่อเนื่องมานานหลายปี และยังไม่มีบริษัทเหมืองทองใดที่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เพิ่มเติมอีก หากอยากลงทุนแนะนำให้ซื้อหุ้นเหมืองทองของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมี 2 บริษัทเด่นคือ Barrick และ Gold Corp

3. กองทุนทองคำ

กองทุนทองคำ เหมือนกับกองทุนประเภทอื่น ๆ คือ รวบรวมเงินจากนักลงทุนรายเล็ก แล้วนำไปซื้อทองคำมาเก็บไว้ การเคลื่อนไหวของมูลค่าหน่วยลงทุนจะเป็นไปตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก เปรียบเสมือนลงทุนในทองคำแท่งทางอ้อมผ่านกองทุนหลักในต่างประเทศ ปัจจุบันมีให้เลือก 5 กองทุน จาก 5 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ได้แก่ (TMBGOLD) บลจ.ทหารไทย, (K-GOLD) บลจ.กสิกรไทย, (I-GOLD) บลจ.เอ็มเอฟซี, (AYFGOLD) บลจ.อยุธยา และ (GOLD-FUND) บลจ.ทิสโก้ ข้อดีคือผู้ลงทุนมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนระหว่างการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผลหรือกำไรส่วนต่าง แต่ข้อเสียคือมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกองทุน และมีค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย

4. ทองคำแท่ง

เป็นการลงทุนที่นิยมอย่างมากในบ้านเรา เพราะซื้อง่ายขายคล่อง เพียงแค่เดินเข้าไปในร้านทองและซื้อทองคำโดยตรงด้วยตัวเองได้เลย ทองคำแท่งที่ลงทุนกันจะมี 2 แบบ คือ ความบริสุทธิ์ 96.5% และ 99.99% ซึ่งประเทศไทยนิยมการลงทุนในทองคำ 96.5% ขณะที่ต่างประเทศจะนิยมลงทุนทองคำ 99.99% ซึ่งขนาดที่นิยมซื้อขายจะมีตั้งแต่ 5 บาท, 10 บาท, 20 บาท และ 50 บาท ข้อดีคือสามารถเลือกวิธีเก็บรักษาได้ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาถือครองหรือตั๋วทอง ซื้อทองคำมาเก็บรักษาเอง หรือฝากไว้กับร้านทองที่ไว้ใจ แต่ถ้าซื้อทองคำแท่งน้อยกว่า 5 บาท แล้วอยากฝากไว้ที่ร้านจะต้องเสียค่าบล็อกเป็นราคา 2% ของราคาทอง

5. ทองรูปพรรณ

ทองคำชนิดนี้คือทองที่นำมาหล่อขึ้นรูปเป็นเครื่องประดับทองสำหรับสวมใส่ เช่น สร้อย, กำไลข้อมือ, สร้อย, ต่างหู และเครื่องประดับประเภทอื่น ๆ เหมาะกับผู้ที่อยากลงทุนและต้องการใส่เครื่องประดับเพื่อเพิ่มความสวยงามไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งข้อเสียคือจะมีราคาค่ากำเหน็จ ซึ่งเป็นค่าแรงในการทำลวดลายรวมกับค่าทอง แต่เวลานำไปขายจะได้ราคาขายคืนต่ำกว่าราคาซื้อ เพราะไม่ได้รวมค่ากำเหน็จลงไปด้วย ข้อดีก็คือมีราคาเริ่มต้นไม่สูงมาก สามารถซื้อไว้เก็บออมได้ เหมาะกับผู้เริ่มต้นลงทุนที่มีเงินยังไม่เยอะ ราคาไม่เหวี่ยงตามตลาดโลก แถมส่งต่อให้กับรุ่นลูกรุ่นหลานได้ด้วย

ผู้เขียน: นัทธ์ชนัน บุตรพรมมา

 257 total views,  2 views today