InterGOLD
19 กันยายน 2021

Gold Around

ราคาทองคำ วันนี้ ข่าวสาร บทวิเคราะห์

วิเคราะห์ราคาทองคำ 21 พ.ค.64 (YLG)

InterGOLD

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้น เข้าซื้อในแนวรับบริเวณ 1,863-1,859 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,883-1,889 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1,859 1,843 1,829  แนวต้าน : 1,889 1,906 1,918

สรุป

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนหลักมาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  และการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ  หลังดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติกร่วงลงเกินคาดสู่ระดับ 31.5 ในเดือนพ.ค. สะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรมการผลิตยังคงชะลอตัว  และทำให้เกิดความข้อสงสัยมากขึ้นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยังคงเติบโตได้รวดเร็วเพียงใด  ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลดลงสู่ระดับ 1.635%  ขณะที่ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง -0.46% สู่ระดับ 89.752  ประกอบกับนักลงทุนเทขายดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย และเข้าซื้อสกุลเงินอื่นๆที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยงและให้ผลตอบแทนสูงกว่า หลังจากราคาสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น  นอกจากนี้นักลงทุนบางส่วนยังคงเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความผันผวนของตลาดสกุลเงินดิจิทัล  เห็นได้จากวานนี้หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ระบุว่า ทางกระทรวงกำลังออกมาตรการในการกวาดล้างตลาดสกุลเงินคริปโต รวมทั้งการทำธุรกรรมในตลาดดังกล่าว โดยกำหนดให้รายการโอนเงินสกุลคริปโตที่มีมูลค่าตั้งแต่ 10,000 ดอลลาร์ขึ้นไป จะต้องมีการรายงานไปยังกรมสรรพากรสหรัฐ (IRS) ซึ่งส่งผลให้บิตคอยน์ร่วงลงในระหว่างวัน  จนเป็นเหตุให้ทองคำพุ่งขึ้นทดสอบระดับสูงสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,883.72 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนจะลดช่วงบวกในช่วงปลายตลาด  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองเพิ่ม +5.82 ตันทำให้มีแนวโน้มเกิดกระแสเงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF ทอง 3 สัปดาห์ติดต่อกัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการเบื้องต้นจากมาร์กิต  และยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิด-แอตแลนติกต่ำกว่าคาดในเดือนพ.ค.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติกร่วงลงสู่ระดับ 31.5 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 50.2 ในเดือนเม.ย.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีภาวะธุรกิจจะอยู่ที่ระดับ 43.0 ในเดือนพ.ค.
  • (+) ดอลลาร์อ่อนค่า หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐชะลอตัว  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และเข้าซื้อสกุลเงินอื่นๆที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยงและให้ผลตอบแทนสูงกว่า หลังจากราคาบิตคอยน์ดีดตัวขึ้น นอกจากนี้ การชะลอตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงด้วย  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.48% สู่ระดับ 89.8104 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.79 เยน จากระดับ 109.23 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8982 ฟรังก์ จากระดับ 0.9042 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2059 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2136 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2218 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2167 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งขึ้นสู่ระดับ 1.4185 ดอลลาร์ จากระดับ 1.4104 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7771 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7712 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+) กระทรวงการคลังสหรัฐจับมือกรมสรรพากรออกกฎเข้มกวาดล้างตลาดคริปโต  กระทรวงการคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ระบุว่า ทางกระทรวงกำลังออกมาตรการในการกวาดล้างตลาดสกุลเงินคริปโต รวมทั้งการทำธุรกรรมในตลาดดังกล่าว โดยรายการโอนเงินสกุลคริปโตที่มีมูลค่าตั้งแต่ 10,000 ดอลลาร์ขึ้นไป หรือราว 315,000 บาท จะต้องมีการรายงานไปยังกรมสรรพากรสหรัฐ (IRS)  “สกุลเงินคริปโตได้สร้างปัญหาการตรวจสอบเป็นอย่างมาก โดยมีการสนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการหลบเลี่ยงภาษี” แถลงการณ์ระบุ
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานต่ำกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงสู่ระดับ 444,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐเมื่อเดือนมี.ค.2563  นอกจากนี้ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานดังกล่าวต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 452,000 ราย และต่ำกว่าสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 478,000 ราย
  • (-) ผู้เชี่ยวชาญยันวัคซีนจีนสามารถป้องกันไวรัสโควิดสายพันธุ์อินเดีย  ผู้เชี่ยวชาญของจีนยืนยันในวันนี้ว่า ผลการศึกษาพบว่า วัคซีนโควิด-19 ของจีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย  ทั้งนี้ นายเฉา ลี่หมิง ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของจีน กล่าวว่า จีนได้ให้ความสนใจต่อไวรัสโควิด-19 ที่มีการกลายพันธุ์ในอินเดีย โดยได้ทำการวิจัยและรวบรวมข้อมูลเพื่อการพัฒนาวัคซีน
  • (-) โมเดอร์นา-แอสตร้าฯได้รับไฟเขียวเบื้องต้นจากญี่ปุ่นแล้ว ก่อนอนุมัติทางการพรุ่งนี้  คณะทำงานของกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นได้ให้การอนุมัติวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทโมเดอร์นาและแอสตร้าเซนเนก้าในวันนี้  กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นจะประชุมอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ และคาดว่าจะให้การอนุมัติการใช้วัคซีนทั้งสองเช่นกัน ซึ่งจะทำให้ญี่ปุ่นมีวัคซีนที่ผ่านการอนุมัติรวม 3 รายการ หลังจากที่ได้อนุมัติวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ก่อนหน้านี้
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 188.11 จุด รับข้อมูลแรงงานสหรัฐสดใส-หุ้นเทคโนฯฟื้นตัว  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (20 พ.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมทั้งตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ นอกจากนี้ การดีดตัวขึ้นของราคาบิตคอยน์ยังเป็นปัจจัยกระตุ้นให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,084.15 จุด เพิ่มขึ้น 188.11 จุด หรือ +0.55% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,159.12 จุด เพิ่มขึ้น 43.44 จุด หรือ +1.06% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,535.74 จุด เพิ่มขึ้น 236.00 จุด หรือ +1.77%

ขอขอบคุณ : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

 807 total views,  1 views today

%d bloggers like this: