InterGOLD
19 กันยายน 2021

Gold Around

ราคาทองคำ วันนี้ ข่าวสาร บทวิเคราะห์

วิเคราะห์ราคาทองคำ 30 มิ.ย.64(YLG)

InterGOLD

คำแนะนำ :

ราคาอยู่ในช่วงการพักฐาน โดยเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น หากราคายืนเหนือโซนแนวรับแรกบริเวณ 1,751 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ ทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,772-1,778 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,751 1,733 1,717  แนวต้าน : 1,778 1,705 1,812

สรุป

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 17.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย  ได้แก่ (1.)ความวิตกว่าการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ในหลายประเทศอาจคุกคามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก  สถานการณ์ดังกล่าวกระตุ้นแรงขายสกุลเงินเสี่ยง อาทิ  ดอลลาร์ออสเตรเลียและเงินปอนด์อังกฤษ แล้วเข้าซื้อสกุลเงินปลอดภัยอย่างดอลลาร์  (2.) การเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐจาก Conference Board ที่พุ่งขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 127.3 ในเดือนมิ.ย. แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเดือนก.พ.2020 ซึ่งช่วยหนุนดอลลาร์เพิ่ม  (3.)ถ้อยแถลงของนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ที่กล่าวเมื่อวันอังคารว่าเขา “มีมุมมองเชิงบวกอย่างมาก” เกี่ยวกับเศรษฐกิจ พร้อมเสริมว่าเฟดอาจต้องเริ่มลดวงเงิน QE อย่างเร็วสุดภายในปีนี้เพื่อให้มีตัวเลือกในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีหน้า  นั่นทำให้นักลงทุนวิตกว่า  หากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่กำลังจะถูกเปิดเผยในวันศุกร์นี้แข็งแกร่งเกินคาด  อาจยิ่งสนับสนุนให้เฟดเร่งถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงิน  ปัจจัยที่กล่าวมาหนุนให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.21% แตะระดับสูงสุดบริเวณ 92.194  และเป็นการแข็งค่าขึ้นในวันเดียวที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน 18 มิ.ย. จนเป็นปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการดิ่งลงของทองคำจนหลุดระดับต่ำสุดเดิมและสร้างระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือนที่ 1751.01 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือทองไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนมิ.ย. จาก ADP, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโก และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ‘สหรัฐฯ – ไต้หวัน’ เตรียมเจรจาการค้ารอบใหม่สัปดาห์นี้ท่ามกลางเสียงค้านจากจีน  สหรัฐฯ เตรียมพบเจรจากับผู้แทนการค้าของไต้หวันในสัปดาห์นี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าท่ามกลางความขัดแย้งกับจีนแผ่นดินใหญ่  การประชุมคณะกรรมการข้อตกลงโครงร่างทางการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Framework Agreement (TIFA) council meeting) จะมีขึ้นอีกครั้งในวันพุธนี้ หลังจากถูกระงับไปตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว  โฆษกทำเนียบขาว เจน ซากี แถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ไต้หวันคือประเทศผู้นำทางประชาธิปไตย เป็นประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ และเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ซึ่งทั้งสองประเทศจะร่วมกระชับความสัมพันธ์ในทุกด้านต่อไป รวมทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน  ด้านกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน กล่าวว่า ไต้หวันจะสานสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ต่อไป รวมทั้งสำรวจความร่วมมือในด้านอื่น ๆ ผ่านการประชุม TIFA ครั้งนี้  ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน จ้าว หลี่เจียน แถลงข่าวตอบโต้ว่า ที่ผ่านมาจีนคัดค้านการยกระดับความสัมพันธ์ทุกรูปแบบระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวันมาโดยตลอด
  • (-) ผลวิจัยใหม่ชี้วัคซีนไฟเซอร์-โมเดอร์นา ก่อภูมิคุ้มกันสู้โควิดยาวนาน  คณะวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตันของสหรัฐ พบหลักฐานระบุว่า การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ได้จากการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์และโมเดอร์นานั้น มีความแข็งแกร่งและอาจคงอยู่ได้เป็นระยะเวลานาน  คณะวิจัยได้รวบรวมตัวอย่างเซลล์จากผู้รับวัคซีนไฟเซอร์ 14 คน ในช่วงสัปดาห์ที่ 3, 4, 5 และ 7 หลังฉีดวัคซีนโดสแรก โดยผู้เข้าร่วมทดลอง 10 คนยังได้ให้ตัวอย่างเซลล์เพิ่มเติมในช่วงสัปดาห์ที่ 15 อีกด้วย อย่างไรก็ดีผู้เข้าร่วมทดลองทั้งหมดไม่เคยติดเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 มาก่อน  คณะวิจัยพบว่าในสัปดาห์ที่ 3 หลังฉีดวัคซีนโดสแรก ร่างกายของผู้เข้าร่วมทั้ง 14 คนได้สร้างศูนย์กลางเจอร์มินอล (Germinal Center) ที่มีเซลล์บี (B Cells) ซึ่งจะผลิตแอนติบอดีเพื่อดักจับโปรตีนของไวรัสโควิด-19 โดยกลไกดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นมากหลังได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นและจะยังคงอยู่ในระดับสูงเรื่อยมา แม้กระทั่งในสัปดาห์ที่ 15 หลังฉีดวัคซีนโดสแรก ผู้เข้าร่วม 8 ใน 10 คน ยังคงมีศูนย์กลางเจอร์มินอลและเซลล์บีก็ยังคงอยู่
  • (-) Conference Board เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐพุ่งนิวไฮกว่า 1 ปี  ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับ 127.3 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเดือนก.พ.2563 จากระดับ 120.0 ในเดือนพ.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 119.0
  • (-) “เอสแอนด์พี” เผยราคาบ้านสหรัฐพุ่ง 14.6% ในเดือนเม.ย. สูงสุดรอบกว่า 30 ปี  ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐพุ่งขึ้น 14.6% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 30 ปี จากระดับ 13.3% ในเดือนมี.ค. และเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11
  • (-) ดอลล์แข็งค่า เหตุวิตกโควิดหนุนแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัย  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 มิ.ย.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดทั่วโลกได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย และเทขายสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งรวมถึงดอลลาร์ออสเตรเลียและยูโร  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.18% แตะที่ 92.0547 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9210 ฟรังก์ จากระดับ 0.9197 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2392 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2342 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 110.51 เยน จากระดับ 110.53 เยน  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1901 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1923 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3849 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3877 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7514 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7565 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 9.02 จุด,Nasdaq ทำนิวไฮ รับข้อมูลศก.สดใส-หุ้นเทคโนฯพุ่ง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (29 มิ.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยังคงปิดทำนิวไฮ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ ซึ่งได้แก่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี และดัชนีราคาบ้านพุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบกว่า 30 ปี  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,292.29 จุด เพิ่มขึ้น 9.02 จุด หรือ +0.03% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,291.80 จุด เพิ่มขึ้น 1.19 จุด หรือ +0.03% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,528.34 จุด เพิ่มขึ้น 27.83 จุด หรือ + 0.19%

ขอขอบคุณ  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

 195 total views,  2 views today

%d bloggers like this: