InterGOLD
19 กันยายน 2021

Gold Around

ราคาทองคำ วันนี้ ข่าวสาร บทวิเคราะห์

วิเคราะห์ราคาทองคำ 5 ก.ค.64(YLG)

InterGOLD

คำแนะนำ :

ซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,774-1,766 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ให้เข้าซื้อ และทยอยปิดสถานะทำกำไรหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,795-1,812 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,766 1,751 1,733  แนวต้าน : 1,795 1,812 1,826

สรุป 

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  10.90  ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ว่ากระทรวงแรงงานของสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 850,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 706,000 ตำแหน่ง  อย่างไรก็ดี  ดัชนีดอลลาร์กลับร่วงจากระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน  พร้อมปิดตลาดในวันศุกร์ด้วยการอ่อนค่าลง -0.31% เนื่องจากอัตราการว่างงานของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 5.9% ในเดือนมิ.ย. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 5.6% นอกจากนี้  ระดับการจ้างงานในปัจจุบันยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดในเดือนก.พ.ปี 2020 อีกประมาณ 6.8 ล้านตำแหน่ง  นั่นสะท้อนให้เห็นว่าแม้ตลาดแรงงานสหรัฐกำลังฟื้นตัวขึ้น แต่อาจยังไม่ร้อนแรงพอที่จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)หันมาเร่งคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น  นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับการระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์เดลต้าซึ่งทำให้บางประเทศในเอเชียและยุโรปต้องชะลอแผนการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง  ซึ่งความกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางอัตราการฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 ที่ลดลงในบางพื้นที่ของสหรัฐ  ซึ่งทำให้นักลงทุนบางส่วนเชื่อว่าความเสี่ยงนี้อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เฟดระมัดระวังในการตัดสินใจเกี่ยวกับการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ  ปัจจัยที่กล่าวมาส่งผลให้เกิดแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำเมื่อราคาปรับตัวลงในระหว่างวัน  พร้อมกับผลักดันให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,794.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -0.58 ตัน สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  ขณะที่ปริมาณการซื้อขายในช่วงตลาดสหรัฐอาจเบาบางกว่าปกติเนื่องจากตลาดเงิน ตลาดทุน​และตลาดทองคำของสหรัฐจะปิดทำการเนื่องในวัน Independence Day

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนค่า แม้สหรัฐเผยข้อมูลจ้างงานแข็งแกร่งเกินคาด  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (2 ก.ค.) แม้สหรัฐเปิดเผยข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดก็ตามดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.40% แตะที่ 92.2272  เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.05 เยน จากระดับ 111.61 เยน, อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9206 ฟรังก์ จากระดับ 0.9263 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2317 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2442 ดอลลาร์แคนาดา  ส่วนยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1867 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1841 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3835 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3755 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7529 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7461 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+) นักวิเคราะห์ฟันธงตัวเลขจ้างงานพุ่งเกินคาด ไม่ทำให้เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย  นักวิเคราะห์ระบุว่า การเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่พุ่งขึ้นเกินคาดในวันนี้ จะไม่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  “ถึงแม้แรงกดดันจากค่าจ้างกำลังเพิ่มขึ้น และตลาดแรงงานสหรัฐกำลังฟื้นตัวขึ้น แต่ก็ยังไม่ร้อนแรงพอที่จะทำให้เฟดหันมาคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น” นายฮิวจ์ กิมเบอร์ นักวิเคราะห์ของเจพีมอร์แกน แอสเซ็ท แมเนจเมนท์ กล่าว  ส่วนนายเจมส์ แมคแคน นักเศรษฐศาสตร์จากอเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสเมนท์ กล่าวว่า “ข้อมูลในวันนี้จะไม่เปลี่ยนมุมมองของเฟด โดยการดีดตัวของตลาดแรงงานเป็นเรื่องที่มีการคาดการณ์กันแล้ว ซึ่งการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณต่อเฟดว่าบริษัทต่างๆประสบความสำเร็จในการหาคนงาน ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับการพุ่งขึ้นของค่าจ้างเป็นเวลานาน”
  • (+) ผู้เชี่ยวชาญกังวลสหรัฐฉลองวันชาติอาจทำโควิดระบาดรอบใหม่  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ของสหรัฐกล่าวเตือนเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งสูงขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาซึ่งมีอัตราการติดเชื้อสูง ขณะที่ชาวอเมริกันจำนวนมากเตรียมออกเดินทางในช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์นี้เนื่องในวันชาติสหรัฐ  คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกล่าวว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาซึ่งพบเป็นครั้งแรกในอินเดียนั้น มีอัตราการติดเชื้อสูงกว่าสายพันธุ์อื่นมาก โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐระบุว่า ปัจจุบันราว 25% ของผู้ป่วยรายใหม่ในสหรัฐมีความเกี่ยวข้องกับสายพันธุ์นี้ สูงขึ้นจาก 6% เมื่อช่วงต้นเดือนมิ.ย.
  • (-) “ไบเดน” ชูตัวเลขจ้างงานแกร่ง บ่งชี้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกำลังบรรลุผล  ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า ตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งในวันนี้ เป็นการแสดงว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กำลังบรรลุผล  “นี่เป็นความคืบหน้าครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจของเราฟื้นตัวขึ้นจากวิกฤตการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี โดยได้แรงหนุนจากความคืบหน้าของเราในการฉีดวัคซีน รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ American Rescue Plan” ปธน.ไบเดนกล่าว  “พูดง่ายๆก็คือ เศรษฐกิจของเรากำลังฟื้นตัวขึ้นแล้ว” เขากล่าว
  • (-) สหรัฐเผยขาดดุลการค้า 7.12 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.1% สู่ระดับ 7.12 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.14 หมื่นล้านดอลลาร์
  • (-) สหรัฐเผยคำสั่งซื้อภาคโรงงานพุ่งเกินคาดในเดือนพ.ค.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐพุ่งขึ้น 1.7% ในเดือนพ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.6% หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนเม.ย.
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 152.82 จุด ขานรับข้อมูลจ้างงานแข็งแกร่งเกินคาด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (2 ก.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 7 ขานรับการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์เชื่อมั่นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วๆ นี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,786.35 จุด เพิ่มขึ้น 152.82 จุด หรือ +0.44%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,352.34 จุด เพิ่มขึ้น 32.40 จุด หรือ +0.75% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,639.32 จุด เพิ่มขึ้น 116.95 จุด หรือ +0.81%

ขอขอบคุณ  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

 506 total views,  1 views today

%d bloggers like this: