InterGOLD
25 ตุลาคม 2021

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสาร บทวิเคราะห์

วิเคราะห์ราคาทองคำ 12 ส.ค.64 (YLG)

YLg gold bar 10 goldaround 16.02

YLg gold bar 10 goldaround 16.02

InterGOLD

คำแนะนำ :

ซื้อขายทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยบริเวณแนวต้านโซน 1,760-1,778 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ แนะนำแบ่งทองคำออกขายเพื่อรอซื้อในโซนแนวรับ 1,733-1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,717 1,705 1,680  แนวต้าน : 1,760 1,778 1,796

สรุป

ราคาทองคำวานนี้ปิดทะยานขึ้น 22.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนหลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อในฝั่งผู้บริโภคของสหรัฐ ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 5.4% ในเดือนก.ค. ใกล้เคียงกับสอดคล้องกับการคาดการณ์  แต่ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้นเพียง 0.3% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.4% สะท้อนให้เห็นว่าเงินเฟ้อของสหรัฐเริ่มชะลอตัวลง  ซึ่งช่วย “ลดการคาดการณ์” ของนักลงทุนที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)จะเร่งปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันดัชนีดอลลาร์ให้อ่อนค่า พร้อมกับกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีให้ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ที่ 1.372% สู่ระดับต่ำสุดที่ 1.308%  ประกอบกับดีมานด์ในการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีเมื่อคืนนี้เป็นไปอย่างแข็งแกร่ง  จึงเป็นปัจจัยกดดันบอนด์ยีลด์เพิ่ม  ปัจจัยที่กล่าวมาช่วยหนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นจากระดับต่ำสุดในระหว่างวันที่ 1,724.32 ดอลลาร์ต่อออนซ์สู่ระดับสูงสุด 1,754.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ยังต้องระวังแรงขายทำกำไรที่อาจสลับออกมาเนื่องจากยังมีความเห็นในเชิง Hawkish จากเจ้าหน้าที่เฟดออกมาเป็นระยะ  ล่าสุดวานนี้นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟดดัลลัส  กล่าวว่า เฟดควรทำการ “ประกาศอย่างเป็นทางการ” เกี่ยวกับไทม์ไลน์ในการปรับลดวงเงิน QE ในเดือนหน้า และเริ่มทำการปรับลด QE ในเดือนต.ค. ซึ่งปัจจัยดังกล่าวสกัดช่วงบวกราคาทองคำไว้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต(PP) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยดัชนี CPI +0.5% ในเดือนก.ค. สอดคล้องคาดการณ์  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยระบุว่า ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากดีดตัวขึ้น 0.9% ในเดือนมิ.ย.  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 5.4% ในเดือนก.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.3% หลังจากทะยานขึ้น 5.4% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2551  นอกจากนี้ หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนมิ.ย.  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานดีดตัวขึ้น 4.3% ในเดือนก.ค. หลังจากพุ่งขึ้น 4.5% ในเดือนมิ.ย.
  • (+) ดอลล์อ่อนค่า หลังสหรัฐเผยตัวเลขเงินเฟ้อตามคาด  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 ส.ค.) หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งได้ลดแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)  ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.14% แตะที่ 92.9236 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 110.44 เยน จากระดับ 110.57 เยน, อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9218 ฟรังก์ จากระดับ 0.9228 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.2507 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2526 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1738 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1721 ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3865 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3839 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7372 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7349 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 220.30 จุด ขานรับข้อมูลเงินเฟ้อชะลอตัว  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (11 ส.ค.) ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ว่าการขยายตัวของอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอาจแตะระดับสูงสุดแล้ว ขณะที่หุ้นกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจปรับตัวขึ้น หลังวุฒิสภาสหรัฐอนุมัติร่างกฎหมายการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์  ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 35,484.97 จุด เพิ่มขึ้น 220.30 จุด หรือ +0.62% และดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 4,447.70 จุด เพิ่มขึ้น 10.95 จุด หรือ +0.25% ขณะที่ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 14,765.14 จุด ลดลง 22.95 จุด หรือ -0.16%
  • (-) ปธ.เฟดดัลลัสหนุนประกาศไทม์ไลน์ลด QE เดือนหน้า ก่อนลดจริงเดือนต.ค.  นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส กล่าวว่า เฟดควรทำการประกาศในเดือนหน้าเกี่ยวกับไทม์ไลน์ในการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และเริ่มทำการปรับลด QE ในเดือนต.ค.  “ผมมีมุมมองว่า หากเศรษฐกิจปรับตัวตามที่ผมคาดการณ์ไว้ ผมก็จะสนับสนุนการประกาศแผนปรับลด QE ในการประชุมของเฟดในเดือนก.ย. และเริ่มลด QE ในเดือนต.ค.” นายแคปแลนกล่าว  นอกจากนี้ นายแคปแลนระบุว่า เขาต้องการให้การปรับลด QE ดำเนินไปโดยใช้เวลาราว 8 เดือน ซึ่งหากเฟดยิ่งเริ่มปรับลด QE ได้เร็วเท่าใด ก็จะยิ่งช่วยให้เฟดมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการใช้ความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
  • (+/-) วุฒิสภาสหรัฐฯ รับรองมติจัดทำร่างงบประมาณด้านสังคม $3.5 ล้านล้าน  วุฒิสภาสหรัฐฯ ออกเสียงรับรองมติจัดทำร่างกฎหมายงบประมาณด้านสังคมมูลค่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงเช้าวันพุธตามเวลากรุงวอชิงตัน เพื่อจัดหางบประมาณสำหรับโครงการบริการด้านสาธารณสุข การศึกษา ครอบครัว และสิ่งแวดล้อม  วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตทั้ง 50 คนออกเสียงสนับสนุนมตินี้ ทำให้สามารถผ่านวุฒิสภาไปได้ด้วยคะแนนเสียง 50 ต่อ 49  ร่างกฎหมายงบประมาณทางสังคมมูลค่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ฉบับนี้ ครอบคลุมถึงการจัดหาหลักสูตรฟรีสำหรับวิทยาลัยชุมชนทั่วประเทศ การจัดทำหลักสูตรพื้นฐานสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน การขยายระบบดูแลสุขภาพแก่ผู้สูงอายุ ลดราคายาต่าง ๆ การปรับแก้กฎหมายคนเข้าเมือง และการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน  พรรคเดโมแครตตั้งเป้าว่าจะจัดหางบประมาณส่วนนี้จากการขึ้นภาษีนิติบุคคลและบุคคลรายได้สูง อนุญาตให้รัฐบาลสามารถต่อรองราคายากับบริษัทเวชภัณฑ์ต่าง ๆ เก็บภาษีนำเข้าเชื้อเพลิงที่สร้างก๊าซคาร์บอน และเพิ่มความเข้มแข็งในระบบจัดเก็บภาษีของสำนักงานสรรพากรสหรัฐฯ  อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ได้รับการรับรองจากวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันแม้แต่คนเดียว ทำให้พรรคเดโมแครตต้องผลักดันกระบวนการที่เรียกว่า budget reconciliation หรือ การไกล่เกลี่ยงบประมาณ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกฎหมายนี้ผ่านวุฒิสภาไปได้โดยที่ไม่ต้องถูกขัดขวางหรือประวิงเวลาโดยสมาชิกพรรครีพับลิกัน  ทั้งนี้ คาดว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะลงมติว่าด้วยการจัดทำร่างกม.งบประมาณฉบับเดียวกันนี้ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า

ขอขอบคุณ : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

 253 total views,  2 views today

%d bloggers like this: