InterGOLD
16 กันยายน 2021

Gold Around

ราคาทองคำ วันนี้ ข่าวสาร บทวิเคราะห์

SCB EIC มอง ศก.ไทย ไตรมาส 4 จะดีขึ้น แต่กว่าจะเหมือนเดิมต้องรอกลางปี 2023

EIC-Outlook-Q32021 | scbeic.com

EIC-Outlook-Q32021 | scbeic.com

SCB EIC (Economic Intelligence Center) ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2021 ลงเหลือ 0.7% จากเดิมคาดไว้ที่ 0.9%

InterGOLD

SCB EIC (Economic Intelligence Center) ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2021 ลงเหลือ 0.7% จากเดิมคาดไว้ที่ 0.9%

ตามการระบาดในประเทศระลอกที่ 3 ที่รุนแรงและยืดเยื้อ ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยกว่าคาด แต่คาดว่าสถานการณ์จะทยอยปรับดีขึ้นในช่วงต้นไตรมาส 4 ปีนี้ จากอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นและการฟื้นตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศ

ขณะที่การส่งออกสินค้ายังขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่คาดว่าในช่วงที่เหลือของปีจะชะลอลงบ้าง จากฐานที่ปรับสูงขึ้น และผลกระทบของการระบาดสายพันธุ์เดลตาทั่วโลก ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและเกิด supply disruption ในหลายห่วงโซ่การผลิตของภาคอุตสาหกรรมของไทยและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในอาเซียน

ในส่วนของภาครัฐ ยังมีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าเศรษฐกิจต่อเนื่อง ทั้งจากการใช้จ่ายอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาครัฐ รวมถึงมาตรการพยุงเศรษฐกิจหลายประเภท อย่างไรก็ตาม มาตรการที่ออกมาล่าสุดยังไม่เพียงพอ ทั้งในมิติเชิงพื้นที่ ระยะเวลา และจำนวนเงิน

โดย EIC คาดว่า ภาครัฐจะออกมาตรการพยุงเศรษฐกิจเพิ่มเติมในปีนี้ โดยจะเป็นการใช้เม็ดเงินในส่วนที่เหลือจาก พรก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท และเพิ่มเติมอีก 2 แสนล้านบาท จาก พรก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท

สำหรับปี 2022 EIC คาดเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตที่ 3.4% โดยจะเป็นการฟื้นตัว จากทั้งอุปสงค์ภายในและนอกประเทศ ขณะที่อัตราการฉีดวัคซีนของไทยและประเทศต่าง ๆ ในเอเชียที่จะเพิ่มขึ้นในระดับที่สามารถเอื้อให้เกิดการเดินทางระหว่างประเทศได้สะดวกขึ้น จะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว โดยคาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยราว 6.3 ล้านคน

นอกจากนี้ การใช้จ่ายในประเทศก็จะฟื้นตัวเช่นกัน จากกิจกรรมเศรษฐกิจที่จะกลับมาดำเนินการได้ใกล้เคียงกับภาวะปกติอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างช้า ๆ จากระดับนักท่องเที่ยวที่ยังต่ำกว่าช่วงปกติมาก และผลของแผลเป็นเศรษฐกิจที่ลึกจากผลกระทบในช่วงสองปีที่ผ่านมา ทั้งในด้านพลวัตการเปิดปิดกิจการที่ปรับแย่ลง ตลาดแรงงานที่เปราะบาง และภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ในปีหน้า แต่ยังต่ำกว่าระดับศักยภาพค่อนข้างมาก ทำให้มีความสูญเสียทางเศรษฐกิจในระดับสูง และอาจกระทบต่อศักยภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในอนาคต โดยกว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับไปอยู่ในระดับปี 2019 จะต้องรอถึงช่วงกลางปี 2023

ด้านนโยบายการเงิน คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ตลอดปี 2021 และ 2022 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้ง พิจารณาเข้าดูแลอัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงิน หากเกิดความผันผวนตามภาวะการเงินโลกที่อาจตึงตัวขึ้น

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงด้านต่ำที่สำคัญจาก

1) การระบาด COVID-19 ทั้งในไทยและต่างประเทศที่อาจกลับมารุนแรงอีกครั้ง โดยเฉพาะหากมีการกลายพันธุ์ของไวรัสที่ลดประสิทธิภาพวัคซีนลง

2) ปัญหาด้าน supply chain disruption ที่อาจเกิดขึ้นจากทั้งการปิดโรงงานในประเทศ และการหยุดการผลิตในประเทศคู่ค้าที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตเดียวกัน

3) ผลของแผลเป็นเศรษฐกิจที่อาจมีมากกว่าคาด จนกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจในวงกว้าง

ที่มา : scbeic.com

 72 total views,  12 views today

%d bloggers like this: