InterGOLD
2 ธันวาคม 2021

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสาร บทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 8 พ.ย.64 by HGF

ฮั่วเซ่งเฮง

ฮั่วเซ่งเฮง

InterGOLD

ทองคำฟื้นตัวต่อเนื่องเฟดส่งสัญญาณไม่เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย

สัปดาห์นี้ติดตามอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐเดือนต.ค.

ราคาทองคำอาจมีการปรับฐานแต่คาดเพื่อปรับขึ้นได้ต่อ

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ Spot ปรับลดลง เนื่องจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือนตั้งแต่เดือนพ.ย.และคาดจะยุติมาตรการ QE ในช่วงกลางปีหน้าแต่ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นได้หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐลดลงและประธานเฟดส่งสัญญาณไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่วนการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 531,000 ตำแหน่ง ดีกว่าตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 455,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 312000 ตำแหน่ง ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำ6.73 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • สัปดาห์นี้ติดตามอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐเดือนต.ค. ทั้งดัชนีราคาผู้ผลิตในวันอังคารและดัชนีราคาผู้บริโภคในวันพุธถ้าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐยังออกมาในระดับที่สูง ตลาดอาจกังวลว่าเฟดจะเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยและอาจกดดันต่อราคาทองคำไม่ให้ปรับขึ้นไปได้ไกล ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอื่นๆที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์จำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครเดือนก.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย.ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spotระยะสั้นอาจมีแรงเทขายทำกำไรหลังจากปรับขึ้นแรง แต่คาดจะปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,833 ดอลลาร์ได้ในระยะถัดไป ระยะสั้นทองคำมีแนวรับอยู่ที่1,800 ดอลลาร์และ1,785 ดอลลาร์ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,818 ดอลลาร์และ 1,833 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,816.70+25.731,800/1,7851,818/1,833

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,500+20028,250/28,00028,500/28,700

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,650+20028,380/28,15028,650/28,860

แนะนำซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,785ดอลลาร์ (GF 28,380บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,780 ดอลลาร์ (GF28,150บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,817.00+19.601,802/1,7871,820/1,835

แนะนำซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาGOZ21 ปรับลงมาที่ 1,787ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,782ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะแข็งค่าขึ้น โดยคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.10-33.30บาท/ดอลลาร์ทั้งนี้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (5พ.ย.) หลังจากที่นักลงทุนปรับตัวรับการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเดือนต.ค.ที่แข็งแกร่งของสหรัฐโดยUSD Futures เดือนธ.ค.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 33.10บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน33.30บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลลาร์อ่อนค่าหลังตลาดขานรับข้อมูลจ้างงานแกร่ง

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 พ.ย.) หลังจากที่นักลงทุนปรับตัวรับการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเดือนต.ค.ที่แข็งแกร่งของสหรัฐดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.03% แตะที่ 94.3267 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดพุ่ง 23.3 ดอลล์บอนด์ยีลด์ร่วงหนุนตลาด

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 พ.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐหลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่ดีกว่าคาดทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 23.3 ดอลลาร์หรือ 1.3% ปิดที่ 1,816.8 ดอลลาร์/ออนซ์และปรับตัวขึ้นราว 1.8% ในรอบสัปดาห์นี้สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 24.6 เซนต์หรือ 1.03% ปิดที่ 24.157 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTI ปิดบวก 2.46 ดอลล์รับโอเปกพลัสเพิ่มการผลิตเท่าเดิม

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากความวิตกเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันที่ตึงตัวหลังจากที่ประชุมกลุ่มโอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพียง 400,000 บาร์เรล/วันในเดือนธ.ค. แม้ว่าสหรัฐกดดันให้โอเปกพลัสเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้นเพื่อชะลอการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันก็ตามสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.46 ดอลลาร์หรือ 3.1% ปิดที่ 81.27 ดอลลาร์/บาร์เรลแต่ลดลงเกือบ 2.8% ในรอบสัปดาห์นี้สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 2.20 ดอลลาร์หรือ 2.7% ปิดที่ 82.74 ดอลลาร์/บาร์เรลแต่ลดลง 1.2% ในรอบสัปดาห์นี้

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดบวก 203.72 จุดขานรับข้อมูลจ้างงานแกร่ง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 พ.ย.) ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์และปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์นี้โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งในสหรัฐและข้อมูลเชิงบวกจากการทดลองยาเม็ดต้านโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์อิงค์ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 36,327.95 จุดเพิ่มขึ้น 203.72 จุดหรือ +0.56%, ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,697.53 จุดเพิ่มขึ้น 17.47 จุดหรือ +0.37% และดัชนีNasdaq ปิดที่ 15,971.59 จุดเพิ่มขึ้น 31.28 จุดหรือ +0.20%

ผู้นำจีน-สหรัฐอาจเห็นชอบเปิดสถานกงสุลอีกครั้งหวังฟื้นความสัมพันธ์สองประเทศ

สำนักข่าวPolitico รายงานว่าประธานาธิบดีโจไบเดนแห่งสหรัฐและประธานาธิบดีสีจิ้นผิงแห่งประเทศจีนอาจตกลงกลับมาเปิดสถานกงสุลอีกครั้งหลังจากที่ต้องถูกปิดไปเนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐย่ำแย่ลงในยุคของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ซึ่งการกลับมาเปิดสถานกงสุลจะช่วยสร้างความคืบหน้าสำคัญในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่มีรอยร้าวระหว่างสองประเทศ    Politico ซึ่งเป็นสื่อสหรัฐที่เน้นข่าวการเมืองระบุว่าปธน.สีและปธน.ไบเดนมีแนวโน้มที่จะประกาศการผ่อนปรนมาตรการจำกัดวีซ่าอีกด้วยนอกจากนี้ผู้นำทั้งสองอาจเห็นชอบต่อกรอบนโยบายที่มีเป้าหมายลดความตึงเครียดทางการค้าซึ่งปะทุขึ้นในช่วงการบริหารงานของอดีตปธน.ทรัมป์ขณะเดียวกันปธน.ไบเดนก็มีแนวโน้มจะจัดการเจรจาเพิ่มเติมระหว่างนักการทูตด้านสภาพอากาศย้อนกลับไปเมื่อเดือนก.ค.ปี2563สหรัฐได้แจ้งให้จีนปิดสถานกงสุลในเมืองฮิวสตันซึ่งส่งผลให้จีนตอบโต้กลับด้วยการสั่งปิดสถานทูตสหรัฐในเมืองเฉิงตูทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีนโดยคณะบริหารของทรัมป์ระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นเพราะจีนได้ทำการจารกรรมข้อมูลการค้าของสหรัฐและพยายามสร้างอิทธิพลที่มุ่งร้ายต่อสหรัฐแม้ว่าจะไม่เคยแสดงหลักฐานเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าวนอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังออกมาตรการจำกัดวีซ่าต่อนักเรียนนักศึกษาและนักข่าวในช่วงที่อดีตปธน.ทรัมป์กุมอำนาจรายงานระบุว่ากลุ่มสมาชิกสภาสังกัดพรรคเดโมแครตจำนวน4คนได้เขียนจดหมายถึงปธน.ไบเดนโดยเรียกร้องให้ผู้นำสหรัฐผลักดันให้มาตรการลดความเสี่ยงด้านนิวเคลียร์ร่วมกับจีนเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆในการประชุมกับปธน.สีซึ่งจีนมองว่าการดำเนินการลักษณะดังกล่าวเป็นความพยายามในการผลักดันให้จีนเข้าสู่โต๊ะเจรจานิวเคลียร์อันมีวัตุประสงค์เพื่อระงับโครงการของจีน

WHO ชี้ยุโรปกลายเป็นศูนย์กลางการระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง

นายแพทย์ฮานส์คลูจผู้อำนวยการประจำภูมิภาคยุโรปสังกัดองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่ายุโรปกำลังเผชิญกับยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ฟื้นตัวขึ้นจนอยู่ในระดับที่น่ากังวลโดยเขาเตือนว่ายุโรปได้กลายเป็น “จุดศูนย์กลางของโรคระบาด” อีกครั้งหนึ่งทั้งนี้นายคลูจระบุว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันใกล้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์โดยเขากล่าวที่การแถลงข่าวว่า “วันนี้ทุกๆประเทศในยุโรปและเอเชียกลางกำลังเผชิญภัยคุกคามจากการฟื้นตัวของโควิด-19 อย่างแท้จริงหรือกำลังต่อสู้กับสิ่งนี้แล้วโดยสถานการณ์ล่าสุดใน 53 ประเทศนับเป็นเรื่องน่ากังวลใจอย่างยิ่ง”   ย้อนไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมายอดผู้ติดเชื้อใหม่พุ่งขึ้นเกือบแตะที่ระดับ 1.8 ล้านคนขณะยอดผู้เสียชีวิตใหม่อยู่ที่ราว 24,000 คนส่วนประเทศสมาชิกของWHO ในยุโรปและเอเชียกลางมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่ม 6% และยอดการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 12% เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าทั้งนี้ยอดผู้ติดเชื้อในยุโรปและเอเชียกลางคิดเป็น 59% ของยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกและส่วนยอดผู้เสียชีวิตคิดเป็นสัดส่วน 48% ของจำนวนทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

รัฐบาลญี่ปุ่นเผย “คิชิดะ” อาจเยือนสหรัฐเพื่อพบปะ “ไบเดน” ก่อนสิ้นปีนี้

นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะคิชิดะอาจเดินทางเยือนสหรัฐเพื่อพบปะกับประธานาธิบดีโจไบเดนของสหรัฐก่อนสิ้นปีนี้นายโยชิฮิโกะอิโซซากิรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นแถลงต่อสื่อมวลชนว่า “เรากำลังเตรียมการเพื่อจัดการประชุมสุดยอดโดยเร็วที่สุดโดยคาดว่าการประชุมอาจเกิดขึ้นภายในปีนี้”   สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่านายคิชิดะได้หารือกับปธน.ไบเดนนอกรอบการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศขององค์การสหประชาชาติ (UN) หรือการประชุมCOP26 ณเมืองกลาสโกว์ประเทศสกอตแลนด์ซึ่งทั้งสองตกลงที่จะยกระดับการเป็นพันธมิตรทวิภาคีและร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่มีเสรีและเปิดกว้างท่ามกลางอิทธิพลที่กำลังเพิ่มขึ้นของจีนในภูมิภาค

ขอขอบคุณ  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

 43 total views,  1 views today