InterGOLD
2 ธันวาคม 2021

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสาร บทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 9 พ.ย.64 by HGF

ฮั่วเซ่งเฮง

ฮั่วเซ่งเฮง

ทองคำปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

InterGOLD

ทองคำขึ้นต่อเนื่อง ดอลลาร์อ่อน เฟดไม่เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย

คืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนต.ค.

ทองคำคาดจะปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,833 ดอลลาร์ได้

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งธนาคารกลางอื่นๆยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยด้วย โดยการประชุมธนาคารกลางอังกฤษในสัปดาห์ก่อนมีมติอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า BoE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB)ส่งสัญญาณว่า ECB ไม่มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้า เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวานหลังจากขายทองคำ 6.73 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • คืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนต.ค.ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบรายปีสะท้อนให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐยังอยู่ในระดับที่สูง แต่ในช่วงนี้นักลงทุนคาดว่าเฟดยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดจะปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,833 ดอลลาร์ได้ ระยะสั้นอาจมีแรงเทขายทำกำไรบ้าง ทองคำมีแนวรับอยู่ที่1,810 ดอลลาร์และ1,800ดอลลาร์และมีแนวต้านสำคัญที่1,833 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,823.60+6.91,810/1,8001,826/1,833

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,400-10028,200/28,00028,400/28,500

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,570+4028,330/28,17028,530/28,640

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำถือต่อไป (Let Profit Run) เพื่อขายทำกำไรที่ราคาทอง Spot1,833ดอลลาร์ (GF 28,640บาท)การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,810ดอลลาร์ (GF 28,330บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,800 ดอลลาร์ (GF28,170 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,827.20+11.601,812/1,8021,828/1,835

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำถือต่อไป (Let Profit Run) เพื่อขายทำกำไรที่ราคาGOZ211,835ดอลลาร์การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำแนะนำเมื่อราคาGOZ21ปรับลงมาที่ 1,812ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,802ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะแข็งค่าขึ้น หลังจากหลุดแนวรับ 33บาท/ดอลลาร์ทั้งนี้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆเนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีดอลลาร์ดีดตัวแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (5พ.ย.) ขานรับตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐโดยUSD Futures เดือนธ.ค.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 32.80 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน33บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลลาร์อ่อนค่านลท.ขายทำกำไรหลังพุ่งทำนิวไฮ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (8 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีดอลลาร์ดีดตัวแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือนเมื่อวันศุกร์ขานรับตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.29% แตะที่ 94.0503 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $11.2 รับดอลล์อ่อน-ธนาคารกลางไม่เร่งขึ้นดบ.

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (8 พ.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และจากการที่ธนาคารกลางหลายแห่งซึ่งรวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 11.2 ดอลลาร์หรือ 0.62% ปิดที่ 1,828 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 38.5 เซนต์หรือ 1.59% ปิดที่ 24.542 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTI ปิดบวก 66 เซนต์ขานรับมาตรการกระตุ้นศก.สหรัฐ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (8 พ.ย.) โดยได้ปัจจัยบวกจากการที่สภาคองเกรสสหรัฐผ่านร่างกฎหมายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันในประเทศสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 66 เซนต์หรือ 0.8% ปิดที่ 81.93 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.    สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 69 เซนต์หรือ 0.8% ปิดที่ 83.43 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดบวก 104.27 จุดรับคองเกรสไฟเขียวมาตรการกระตุ้นศก.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (8 พ.ย.) ขณะที่ดัชนีS&P500 ทำสถิติปิดที่เหนือระดับ 4,700 จุดเป็นครั้งแรกขานรับสภาคองเกรสสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน  1 ล้านล้านดอลลาร์ซึ่งเป็นมาตรการที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐให้แข็งแกร่งขึ้นโดยข่าวดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มวัสดุดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 36,432.22 จุดเพิ่มขึ้น 104.27 จุดหรือ +0.29%, ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,701.70 จุดเพิ่มขึ้น 4.17 จุดหรือ +0.09% และดัชนีNasdaqปิดที่ 15,982.36 จุดเพิ่มขึ้น 10.77 จุดหรือ +0.07%

กรรมการไฟเซอร์คาดโควิดอาจยุติการระบาดในสหรัฐเดือนม.ค.ปีหน้า

นายแพทย์สก็อตต์ก็อตลิบกรรมการของบริษัทไฟเซอร์อิงค์กล่าวให้สัมภาษณ์ในรายการ “Squawk Box” ของสถานีโทรทัศน์CNBC ว่าการระบาดของโรคโควิด-19ในสหรัฐอาจสิ้นสุดลงในเดือนม.ค.ปีหน้าซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คำสั่งของประธานาธิบดีโจไบเดนที่สั่งให้พนักงานบริษัทเอกชนต้องฉีดวัคซีนมีผลบังคับใช้ทั้งนี้ข้อกำหนดด้านวัคซีนจากคณะกรรมการบริหารงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยสหรัฐ (OSHA) จะเริ่มต้นขึ้นวันที่4ม.ค.สำหรับบริษัทที่มีพนักงานอย่างน้อย100คนโดยพนักงานบริษัทเอกชนประมาณ84ล้านคนต้องฉีดวัคซีนเข็มที่2ของบริษัทโมเดอร์นาหรือไฟเซอร์หรือวัคซีนเข็มเดียวจากจากบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันภายในวันดังกล่าวมิฉะนั้นพนักงานเหล่านี้จะต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19อย่างสม่ำเสมอนายแพทย์กอตต์ลีบซึ่งเคยดำรงตำแหน่งกรรมการขององค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ระบุว่า “คำสั่งซึ่งจะบังคับใช้ในวันที่4ม.ค.นี้จะทำให้การระบาดสิ้นสุดลงอย่างน้อยก็ในสหรัฐหลังจากที่เราผ่านการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตามาได้โรคโควิด-19จะกลายเป็นเพียงโรคประจำถิ่น”   นอกจากนี้ทุกบริษัทที่ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใหม่ของOSHA ยังต้องกำหนดให้พนักงานที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนสวมหน้ากากอนามัยภายในอาคารโดยเริ่มตั้งแต่วันที่5ธ.ค. และบุคคลเหล่านี้ต้องเริ่มแสดงหลักฐานผลตรวจโควิด-19เป็นลบรายสัปดาห์หลังวันที่4ม.ค.เพื่อเข้าสำนักงานและผู้ที่มีผลการตรวจเป็นบวกจะต้องกักตัว

ผู้ผลิตชิประดับโลกเร่งให้ข้อมูลสหรัฐหวังช่วยแก้ปัญหาชิปขาดแคลน

ผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ในหลายประเทศได้สมัครใจส่งข้อมูลห่วงโซ่อุปทานให้กับรัฐบาลสหรัฐเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาชิปขาดแคลนทั่วโลกแม้จะมีผู้ผลิตบางแห่งขอปฏิเสธให้ความร่วมมือเนื่องจากมองว่าข้อมูลดังกล่าวมีความอ่อนไหวโฆษกของไต้หวันเซมิคอนดัคเตอร์แมนูแฟคเจอริงโค (TSMC) เปิดเผยว่าทางบริษัทได้ส่งข้อมูลให้กับทางการสหรัฐเรียบร้อยแล้วโดยย้ำว่าไม่มีการให้ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าขณะที่บริษัทอื่นๆอาทิไมครอนเทคโนโลยี, เวสเทิร์นดิจิทัลและยูไนเต็ดไมโครอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ส่งข้อมูลดังกล่าวแล้วเช่นเดียวกันซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดการส่งข้อมูลในวันจันทร์ (8พ.ย.) ตามเวลาสหรัฐกระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยว่าบริษัทเทคโนโลยีในเกาหลีใต้เตรียมที่จะส่งข้อมูลดังกล่าวด้วยเช่นกันซึ่งทั้งหมดจะเป็นไปตามความสมัครใจโดยบริษัทหลายแห่งได้หารือกับสหรัฐในประเด็นเกี่ยวกับข้อมูลที่ทางสหรัฐต้องการทราบอย่างไรก็ตามแหล่งข่าวระบุว่าบริษัทต่างๆอาจให้ความร่วมมือได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

ญี่ปุ่นปรับลดการประเมินศก.ครั้งแรกในรอบกว่า2ปีระบุศก.อ่อนแอลง

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่ารัฐบาลญี่ปุ่นปรับลดการประเมินเศรษฐกิจของประเทศในวันนี้โดยระบุว่าเศรษฐกิจเดือนก.ย.อ่อนแอลงซึ่งเป็นการปรับลดการประเมินครั้งแรกในรอบ2ปีสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่าดัชนีพ้องเศรษฐกิจ (Coincident Index) ซึ่งสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันของญี่ปุ่นลดลง3.8จุดจากเดือนส.ค. สู่ระดับ87.5ในเดือนก.ย. เทียบกับฐานปี2558ที่ระดับ100ส่วนดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ (Leading Economic Indicator) ซึ่งคาดการณ์แนวโน้มในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าลดลง1.6จุดสู่ระดับ99.7ในเดือนก.ย.

ขอขอบคุณ  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

 122 total views,  2 views today