InterGOLD
22 มกราคม 2022

Gold Around

ราคา ทองคำ วันนี้ ข่าวสาร บทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 8 ธ.ค.64 by HGF

ฮั่วเซ่งเฮง

ฮั่วเซ่งเฮง

ทองคำปรับขึ้นจากแรงซื้อก่อนถึงเทศกาลปีใหม่

InterGOLD

ทองคำปรับขึ้นจากแรงซื้อก่อนถึงเทศกาลปีใหม่

คืนนี้สหรัฐจะประกาศจำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัคร

แนวโน้มราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ 1,770-1,800ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับตัวขึ้น จากแรงซื้อทองคำก่อนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นของทองคำไม่มากนักเนื่องจากถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้น1.46% นอกจากนี้นักลงทุนยังคงจับตาตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ รวมถึงการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) และการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ถือครองทองคำเท่าเดิม
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศจำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครเดือนต.ค. ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น10.45 ล้านตำแหน่งจากเดือนก.ย.อยู่ที่ระดับ 10.44 ล้านตำแหน่ง
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,770-1,800ดอลลาร์ โดยมีแนวต้าน 1,800 ดอลลาร์ และ 1,810ดอลลาร์ขณะที่มีแนวรับที่ 1,770 ดอลลาร์ และ 1,760 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,783.80+5.91,770/1,7601,800/1,810

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,450-15028,200/28,05028,600/28,750

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,530+1028,320/28,16028,790/28,920

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับขึ้นมาที่ 1,770 ดอลลาร์ (GF 28,320บาท)โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,760ดอลลาร์ (GF28,160บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,785.50+4.701,771/1,7611,801/1,811

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคาGOZ21ปรับขึ้นมาที่ 1,771 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,761ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางค่าเงินบาทเมื่อวานนี้กลับมาแข็งค่าเล็กน้อย หลังจากคลายความกังวลเกี่ยวกับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ที่อาจไม่รุนแรงมากนัก ในขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้นคาดว่าแข็งค่าต่อเนื่อง โดยUSD Futures เดือนธ.ค.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 33.50บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน34บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ:ดอลล์แข็งค่าตามทิศทางบอนด์ยีลด์จับตาประชุม 3 แบงก์ชาติยักษ์ใหญ่

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 ธ.ค.)  ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในสัปดาห์หน้ารวมทั้งจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในสัปดาห์นี้ด้วยทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.04% แตะที่ 96.3779 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ :ทองปิดบวก $5.2 ตลาดจับตาประชุมเฟด-ECB

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 ธ.ค.) ขานรับแรงซื้อก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ย.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้รวมทั้งการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในสัปดาห์หน้าทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 5.2 ดอลลาร์หรือ 0.29% ปิดที่ 1,784.7 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 26 เซนต์หรือ 1.17% ปิดที่ 22.523 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTI ปิดพุ่ง $2.56 ยืนเหนือ $72 นลท.คลายกังวลโอมิครอน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 72 ดอลลาร์เมื่อคืนที่ผ่านมา (7 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนรวมทั้งรายงานข่าวที่ว่าการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตกหยุดชะงักลงทั้งนี้สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 2.56 ดอลลาร์หรือ 3.7% ปิดที่ 72.05 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. 2564    ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 2.36 ดอลลาร์หรือ 3.2% ปิดที่ 75.44 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2564

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 492.40 จุดรับแรงซื้อหุ้นเทคโนฯ-ตลาดคลายกังวลโอมิครอน

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 500 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนขณะที่ดัชนีNasdaq ทำสถิติทะยานขึ้นในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีนี้ขานรับแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,719.43 จุดเพิ่มขึ้น 492.40 จุดหรือ +1.40%, ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,686.75 จุดเพิ่มขึ้น 95.08 จุดหรือ +2.07% และดัชนีNasdaq ปิดที่ 15,686.92 จุดเพิ่มขึ้น 461.76 จุดหรือ +3.03%

“เฟาชี” เผยข้อมูลเบื้องต้นชี้โอมิครอนไม่ได้ทำให้เกิดอาการป่วยรุนแรง

นายแพทย์แอนโทนีเฟาชีแพทย์ใหญ่ประจำคณะทำงานด้านการควบคุมโรคโควิด-19ของทำเนียบขาวกล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวCNN ว่าแม้ขณะนี้ดูเหมือนว่าเร็วเกินไปที่จะสรุปสถานการณ์ไวรัสโควิด-19สายพันธุ์โอมิครอนแต่นับจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าไวรัสโอมิครอนได้ก่อให้เกิดอาการป่วยที่รุนแรงอย่างไรก็ดีนายแพทย์เฟาชีกล่าวว่าการหาข้อมูลเพิ่มเติมยังคงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะทำให้ภาพรวมความเสี่ยงของไวรัสโอมิครอนมีความชัดเจนมากขึ้น   “เราต้องใช้ความระมัดระวังก่อนที่จะสรุปว่าไวรัสโอมิครอนมีความรุนแรงน้อยกว่าหรือไม่ก่อให้เกิดอาการป่วยที่รุนแรงเมื่อเทียบกับไวรัสสายพันธุ์เดลตาอย่างไรก็ดีข้อมูลที่เราได้รับจนถึงขณะนี้ค่อนข้างออกมาเป็นบวกเมื่อพิจารณาในแง่ของความรุนแรง” นายแพทย์เฟาชีกล่าวการแสดงความเห็นของแพทย์ใหญ่ทำเนียบขาวมีขึ้นหลังจากมีการเปิดเผยรายงานเบื้องต้นจากสภาวิจัยด้านการแพทย์แห่งแอฟริกาใต้เมื่อวันเสาร์ว่าไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการป่วยเล็กน้อยอย่างไรก็ตามขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชัดว่าไวรัสสายพันธุ์นี้มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะทำให้เสียชีวิตเมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องและการตรวจพบไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวรายงานของสภาวิจัยฯยังระบุด้วยว่ามีเยาวชนจำนวนมากขึ้นที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากติดเชื้อโควิด-19สายพันธุ์โอมิครอนแต่สถานการณ์ดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับอัตราการฉีดวัคซีนในระดับต่ำของกลุ่มเยาวชนในแอฟริกาใต้การแสดงมุมมองในเชิงบวกของนายแพทย์เฟาชีช่วยให้นักลงทุนในตลาดการเงินคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของไวรัสโอมิครอนและเป็นปัจจัยหนุนดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นกว่า600จุดเมื่อวานนี้โดยหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจได้รับแรงซื้ออย่างคึกคักซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มอุตสาหกรรม

นักวิเคราะห์คาดเงินเฟ้อสหรัฐยังสูงกว่าเป้าหมายของเฟดในอีก3ปีข้างหน้า

ผลสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์ซึ่งจัดทำโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธุรกิจแห่งชาติของสหรัฐ (NABE) ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อรายปีของสหรัฐจะยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระดับ2%ในช่วง3ปีข้างหน้าเนื่องจากค่าจ้างที่สูงขึ้นและความต้องการสินค้าและบริการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง    “87%ของนักวิเคราะห์ที่เข้าร่วมการสำรวจระบุถึงปัญหาคอขวดของห่วงโซ่อุปทาน, 76%ระบุถึงความต้องการสินค้าและการบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งและ69%มองว่าการพุ่งขึ้นของค่าจ้างเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น” ผลสำรวจของNABE ระบุทั้งนี้นักวิเคราะห์ในโพลNABE ได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งในปี2564และ2565เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ในเดือนก.ย. โดยคาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปจะพุ่งขึ้น6%ในไตรมาส4/2564เมื่อเทียบเป็นรายปีเพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนก.ย.ซึ่งอยู่ที่5.1%ขณะเดียวกันคาดว่าดัชนีCPI จะปรับตัวขึ้น2.8%ภายในสิ้นปี2565เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ในเดือนก.ย.ที่ระดับ2.4%นอกจากนี้นักวิเคราะห์คาดว่าดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงานและเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญจะเพิ่มขึ้น4.1%ในไตรมาส4/2564เมื่อเทียบรายปีก่อนที่จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ2.6%ในไตรมาส4/2565ผลสำรวจบ่งชี้ว่า71%ของนักวิเคราะห์ที่ได้รับการสำรวจคาดการณ์ว่าดัชนีPCE พื้นฐานจะไม่ปรับตัวลงต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของเฟดที่ระดับ2%จนกว่าจะถึงช่วงครึ่งหลังของปี2566

IMF เล็งหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจยูโรโซนเหตุวิตกผลกระทบโอมิครอน

นางคริสตาลินาจอร์เจียวาผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์CNBC ว่าIMF อาจจะปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนและอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเป็นเวลานาน  “เราอาจจะปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจยูโรโซนลงเล็กน้อย” นางจอร์เจียวากล่าวทั้งนี้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับปัญหาอุปทานรวมทั้งราคาพลังงานที่สูงขึ้นและการที่บางประเทศในยูโรโซนกลับมาใช้มาตรการที่เข้มงวดครั้งใหม่เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 นั้นเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลให้กับIMF เป็นอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีรายงานการพบไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนในหลายประเทศทั่วโลกนางจอร์เจียวากล่าวว่า “การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งที่มีผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยที่ผ่านมานั้นเราได้ออกรายงานเตือนว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุดของเศรษฐกิจโลกและเรายังได้ผลักดันอย่างจริงจังให้มีการฉีดวัคซีนทั่วโลกแต่นับจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้ามากพอ

ขอขอบคุณ  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

 89 total views,  2 views today